แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 25
1
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

2
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

3
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

4
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

5
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

6
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

7
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

8
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

9
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

10
สำหรับไทยแลนด์ยุค 4.0 ที่เป็นยุคที่ระบบไร้สายมีการพัฒนาขึ้นอย่างในตอนนี้ วัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายแบบต่างก็พาเหรดกันกลายเป็นของไร้สายกันแบบถ้วนหน้า ตั้งแต่สายชาร์จ ลำโพง หรือแม้กระทั้งหูฟัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหูฟังไร้สาย ที่ปัจจุบันนี้ได้ถูกสร้างขึ้นแล้วนำมาวางจำหน่ายบนตลาดกันมากมายก่ายกองหลายแบรนด์ ทำตลาดตีตื้นขึ้นมาแข่งขันกับหูฟังมีสาย และก็ดึงเอาผู้ใช้บางคนให้เปลี่ยนแปลงจากหูฟังเดิมๆไปใช้หูฟังรุ่นนี้กันล้นหลาม

แต่ว่ามั่นใจว่า สำหรับผู้ใช้บางบุคคลที่เคยชินกับหูฟังแบบมีสายมาก่อน บางครั้งก็อาจจะสงสัยอยู่ว่า หากว่าพวกเราทดลองเปลี่ยนแปลงมาใช้หูฟังแบบไร้สายดู จะใช้งานเจริญอย่างกับของเดิมที่เคยใช้อยู่หรือเปล่า บางบุคคลไปสืบค้นข้อมูลตามกระดานสนทนาต่างๆก็ได้เจอกับกระทู้มากมายที่กล่าวว่า หูฟังไร้สายเสียงไม่ดีเท่ากับแบบมีสาย เพราะจำต้องแปลงสัญญาณให้เป็น Bluetooth ก่อนที่จะส่งไปที่ตัวหูฟังที่คุณสวมอยู่ ซึ่งสัญญาณ Bluetooth ครั้งคราวก็มีคุณภาพดี แต่บางครั้งบางคราวคุณภาพก็ไม่ค่อยดีเยอะแค่ไหน เวลาฟังเพลง ก็เลยจะต้องเจอกับปัญหาเสียงขาดๆหายๆอยู่เสมอๆจนกระทั่งเสียอารมณ์การฟังเพลงไปหมด ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายอยู่ แล้วมาเจอกับหัวข้อพวกนี้ อาจใจแป้ว รวมทั้งยกเลิกความคิดที่จะซื้อหูฟังไร้สายมาใช้ไปในทันที ขอบอกว่าอย่าพึ่งจะรีบใจแป้ว เนื่องจากว่าวันนี้พวกเราจะมาดูกันว่า หูฟังไร้สาย ให้คุณภาพเสียงที่ไม่ค่อยดีเมื่อเทียบกับหูฟังแบบมีสาย ใช่หรือไม่

ดังที่ได้บอกไปแล้วในข้างต้นว่า หูฟังไร้สาย จะใช้วิธีแปลงสัญญาณเสียงให้เป็น Bluetooth ก่อนที่จะส่งมาที่ตัวหูฟัง แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยแปลงกลับมาเป็นสัญญาณเสียงใหม่ ในสมัยก่อนที่ระบบ Bluetooth ยังไม่ทันสมัยสักมากแค่ไหน ก็จะต้องเห็นด้วยว่าสัญญาณเสียงมีปัญหาจริงๆบางเวลามีซ่าบ้าง มีขาดหายไปบ้าง แม้กระนั้นในขณะนี้ที่ระบบ Bluetooth ได้ปรับปรุงไปมากแล้ว ก็ทำให้การรับส่งสัญญาณเสียงในหูฟังไร้สายทำได้ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงขาดหายอีกต่อไปแล้ว หากคุณกำลังเล็งหูฟังไร้สายสักรุ่นหนึ่งอยู่ ขอให้หมดกังวลประเด็นการรับส่งสัญญาณเสียงผ่าน Bluetooth ได้เลย รับประกันว่าถ้าหากคุณทดลองต่อหูฟังไร้สายกับวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์มือ Smartphone, iPod หรือ Tablet คุณจะสามารถฟังเพลงได้อย่างสบาย ฟินไปกับเสียงร้องที่เพราะ ดนตรีที่อัดแน่นจนถึงเสียงเบสได้แน่ๆ

เว้นเสียแต่สัญญาณ Bluetooth ของหูฟังที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ในหูฟังไร้สาย ยังได้รับการพัฒนาลำโพงจนสามารถแสดงคุณภาพเสียงได้จนกระทั่งระบบ HD แสดงเสียงเบส เสียงเมโลดี้ และรายละเอียดเสียงร้องต่างๆได้อย่างครบถ้วนและก็นุ่มนวล เหมาะสมอย่างยิ่งในการใช้ฟังเพลงโปรดของคุณ ในเวลาเดียวกันก็สามารถใช้ประโยชน์สำหรับเพื่อการฟังเสียงอื่นๆได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ผ่านการอัดมา หรือเสียงพูดผ่านโทรศัพท์ ก็มีความชัดเจน สัมผัสเนื้อหาเสียงได้ครบ แม้ว่าจะมีเสียงรบกวนที่มาจากสภาพแวดล้อมข้างนอกก็ตาม

จากรายละเอียดที่กล่าวมาทั้งผอง ก็เลยสามารถสรุปได้ว่า หูฟังไร้สายเป็นหูฟังที่คุณภาพเสียงบรรเจิดไม่แตกต่างจากหูฟังมีสายที่วางจำหน่ายกันทั่วๆไปเลย แถมยังเป็นหูฟังที่ให้ความสบายสำหรับเพื่อการใช้งานได้ยิ่งกว่า เนื่องจากไม่มีสายมาขวางให้รำคาญ สามารถใช้ได้ในทุกสถานที่ ทุกโอกาส จะเป็นตอนที่กำลังขับรถอยู่ ตอนกำลังไต่เขา เดินป่า หรืเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่ไม่อาจจะชูหูโทรศัพท์ขึ้นมากล่าวได้ในเวลานั้นก็ไม่ใช่ปัญหา เพียงแค่คุณทำการเชื่อมต่อหูฟังไร้สาย แล้วกดรับโทรศัพท์ ก็สามารถพูดโทรศัพท์ได้เลย เรียกว่าเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยทำให้ชีวิตง่ายมากยิ่งขึ้นได้มากจริงๆ

อย่างไรก็ดี ในการเลือกซื้อหูฟังไร้สายมาใช้สักตัวหนึ่งนั้น คุณควรมีแนวทางเลือกสักหน่อย เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้อย่างแท้จริง โดยการทำได้ดังต่อไปนี้
1. อย่าเลือกหูฟังที่แพงถูกเกินความจำเป็นมาใช้งาน เพราะว่าหูฟังจำพวกนี้มักถูกทำขึ้นจากวัสดุที่มิได้คุณภาพสักมากแค่ไหน ถูกลดเกรดไปเรื่อยๆเมื่อนำมาใช้งานจริงจะใช้ได้ไม่ดี มีปัญหาแสดงเสียงไม่ละเอียดบ้าง เสียงแหลมเกินไปบ้าง หรือบางครั้งบางคราวสัญญาณ Bluetooth ก็ขาดๆหายๆและก็เมื่อใช้งานไปได้สักระยะ หูฟังไร้สายดังกล่าวก็จะกลับไปอยู่บ้านเก่าไปในเวลาอันเร็ว ขณะที่หูฟังไร้สายแบบมีราคาขึ้นมาสักนิด จะเป็นหูฟังที่ใช้งานเจริญ ประกอบขึ้นจากวัสดุที่มีคุณภาพ แล้วก็แก่การใช้งานที่เป็นเวลานานมากกว่า หากคุณไม่ขัดข้องที่จะซื้อหูฟังราคาแพงๆก็ขอชี้แนะให้ซื้อรุ่นที่แพงสูงมากขึ้นมาสักนิดมาใช้งานจะดียิ่งกว่า
2. ลองเช็คหูฟังที่กำลังเลือกดูก่อนว่ามีคุณภาพการประกอบเป็นยังไง และก็ควรจะทดลองหูฟังด้วยการต่อกับโทรศัพท์ของคุณ แล้วทดลองฟังเพลงจากในเครื่องของคุณดูด้วย ถ้าว่าหูฟังนั้นให้คุณภาพเสียงที่ออกจะดีพอควร ก็สามารถถือได้ว่าเป็นหูฟังที่มีคุณภาพดี สามารถซื้อไปใช้งานได้เลย แต่หากทดสอบดูแล้วะพบว่าไม่ค่อยดีสักเท่าไร ก็ให้เปลี่ยนแปลงรุ่นไปเลย เพื่อได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความอยากได้อย่างแท้จริง ไมมีปัญหาใดตามมาวันหลังกระทั่งเชิญชวนให้เสียอารมณ์เปล่าๆ

ที่มา บทความหูฟังไร้สาย: https://www.dotlife.store

11
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

12
การออกจากบ้านที่แสนอบอุ่น ไปอยู่ด้วยตัวคนเดียวข้างในหอพัก แน่ๆที่สุดว่าพวกเราต้องขนถ่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายแบบไปด้วย ทั้งพัดลม ทีวี รวมทั้งตู้เย็น โดยเฉพาะตู้แช่เย็น ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นจะต้องที่สุดสำหรับหอพัก เนื่องจากถ้าเกิดพวกเราไม่มีตู้เย็นไปไว้ใช้เลย ก็จะไม่อาจจะเก็บรักษาของกินอะไรไว้ได้เลย ยิ่งในหอพักที่เราจะไม่สามารถอุ่นอาหาร ทำกับข้าวได้สะดวกราวกับตอนอยู่บ้าน ถ้าหากว่าไม่มีตู้เย็นไปไว้ช่วยรักษาอาหาร ท้ายที่สุดเราก็จะต้องคอยซื้ออาหารมารับประทานใหม่กันทุกมื้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองมาก

เพราะในหอมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ตู้แช่เย็นที่เราจะขนถ่ายไปใช้ได้ก็เลยมีตัวเลือกไม่มากสักเท่าไรนัก สำคัญๆก็จะมีแค่ตู้เย็น 1 ประตู กับตู้แช่เย็น 2 ประตูเพียงแค่นั้น เนื่องจากว่าคงไม่มีผู้ใดขนตู้เย็นแบบ side by side หรือตู้แช่เหล้าองุ่นไปไว้ใช้ในหอพักแน่นอน สำหรับคุณที่กำลังมองหาตู้เย็นสักใบไปไว้ใช้ในหอพักอยู่ บางทีก็อาจจะกำลังคิดอยู่ว่าจะใช้ตู้เย็น 1 ประตู หรือ 2 ประตูดี ในบทความนี้พวกเราจะมาหาคำตอบกัน

ขั้นแรก การเข้าพักในหอพัก เหตุหนึ่งที่คุณจะต้องใคร่ครวญและจำไว้ให้ขึ้นใจเสมอ ก็คือปัจจัยเรื่องค่าไฟฟ้า อย่าคิดไปนะว่าค่าไฟในหอพักจะมีมูลค่าเท่ากับค่าไฟฟ้าอย่างที่เราใช้กันในบ้านตามธรรมดา เปรียบง่ายๆถ้าค่าไฟฟ้าที่คุณใช้ในบ้านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอยู่ที่หน่วยละ 3 บาท ค่าไฟในหอพัก จะมีมูลค่าสูงขึ้นไปอยู่ที่หน่วยละ 7 บาท ดังนี้ฯลฯ ถ้าหากว่าคุณนำอุปกรณ์ไฟฟ้าที่รับประทานไฟเป็นจำนวนมากไปใช้ในหอ ค่าไฟฟ้าได้ใหญ่โตแน่ๆเมื่อกลับมาพินิจพิเคราะห์ที่ตู้เย็น โดยธรรมดา ตู้เย็น1ประตู มักมีอัตราการกินไฟต่ำกว่าตู้เย็นแบบ 2 ประตูอย่างชัดเจน ด้วยเหตุว่ามีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงใช้พลังงานน้อย ดังนั้นถ้าเกิดพิจารณาเพียงแค่สาเหตุเรื่องค่าไฟฟ้า จะมองเห็นได้ว่าตู้เย็น 1 ประตู เหาะกับการขนย้ายไปใช้ในหอมากยิ่งกว่าตู้แช่เย็นแบบ 2 ประตู ที่รับประทานไฟมากกว่าจริงๆ

เมื่ออ่านมาถึงที่ตรงนี้ คุณอาจจะสงสัยว่า มีแค่เรื่องค่าไฟเท่านั้นหรือที่ทำให้ตู้เย็น 1 ประตู เหมาะกับหอพัก ถ้าหากว่าตัวคุณเองมีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าไฟ มาใช้ตู้เย็น 2 ประตู ก็อาจไม่มีปัญหาใช่ไหม หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังคิดอย่างนี้อยู่ ขอบอกว่าอย่าเพิ่งจะรีบตัดสินใจ เพราะว่ายังมีอีกหลายเหตุผล ที่บ่งบอกว่าตู้แช่เย็นแบบ 1 ประตู เหมาะสมกับหอพักมากกว่าจริงๆส่วนจะมีอะไรบ้าง เราจะนำมาให้คุณได้ดูกัน ดังนี้
1. ตู้เย็นหนึ่งประตู มีขนาดของตู้เล็กมากยิ่งกว่าตู้เย็นแบบ 2 ประตูออกจะมากมาย แถมยังมีความสูงน้อยกว่าด้วย คุณสามารถเขยื้อนย้านไปใช้ได้ในทุกหอพัก ไม่ว่าหอของคุณจะมีห้องขนาดแคบเล็ก หรือมีประตูที่เตี้ยสักเท่าใดก็ตาม ก็หมดห่วงไปได้เลยว่าจะนำตู้เย็นไปตั้งได้หรือไม่ และก็ด้วยความที่มีขนาดออกจะเล็ก ทำให้ไม่รับประทานพื้นที่ใช้สอยในหอของคุณเท่าไรนัก คุณจะยังเหลือพื้นที่ในห้องของคุณไว้ใช้ตั้งวางของ หรือจัดเป็นมุมสวยๆสำหรับนั่งดำเนินการได้อีกเยอะ
2. ตู้เย็น 1 ประตู เป็นตู้ที่ไม่มีฟังก์ชั่นนำสมัยอะไรมากมาย มีเพียงแค่ชั้นวางสำหรับแช่ของ ช่องฟรีซ ช่องใส่ขวดน้ำเท่านั้น คุณจึงไม่จำเป็นที่ต้องคอยทะนุบำรุงตู้มากเลย หน้าที่ของคุณมีแค่นำของกิน หรือเครื่องดื่มที่บางทีอาจจะบูด เสีย ใส่ตู้แช่เย็นไว้ให้ไม่มีอันตราย กับคอยละลายน้ำแข็ง แล้วก็หมั่นทำความสะอาดตู้ไม่ให้มีคราบสกปรก แล้วก็ขยะเข้าไปสะสมแค่นั้นก็พอแล้ว ไม่ต้องรอไล่น้ำ กำจัดขี้ตะกรัน เหมือนตู้เย็นที่ฟังก์ชั่นจัดเต็ม นอกจากนี้ การที่มีฟังก์ชั่นน้อย ทำให้ใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับในการหล่อเลี้ยงน้อยกว่า รวมทั้งก่อให้เกิดเรื่องสาเหตุค่าไฟดังที่กล่าวไว้ข้างต้นด้วยว่า ตู้เย็น 1 ประตู รับประทานไฟน้อยกว่าตู้เย็น 2 ประตูจริงๆ
3. ตู้เย็น 1 ประตู มีน้ำหนักเบากว่าตู้เย็นแบบ 2 ประตูมาก ใช้คนแค่เพียง 2 คน ก็สามารถโยกย้ายได้ และไม่กระตุ้นให้เกิดความลำเค็ญยามที่จำเป็นต้องขนขึ้นหอพักที่อยู่ชั้นสูงๆหรือหอพักที่ไม่มีลิฟท์ จะต้องขึ้นบันไดสถานที่เดียว

มองเห็นไหมว่า ตู้เย็น 1 ประตู เหมาะสมกับหอมากมายจริงๆใครที่กำลังคิดว่าจะย้ายไปอยู่หอพักในเร็วๆนี้ พวกเราขอชี้แนะให้ใช้ตู้เย็น 1 ประตูเลย ดียิ่งกว่าแน่นอน
ส่วนการดูแลรักษาตู้เย็น 1 ประตู ให้มีความสะอาด พร้อมใช้งาน แล้วก็มีความคงทนอยู่เสมอ ใช้งานในหอได้นาน สามารถทำเป็นดังนี้
1. เมื่อตู้เย็นเริ่มว่างลง ไม่ค่อยมีอาหารมาใส่แล้ว ควรใช้โอกาสนั้นกระทำถูทำความสะอาดตู้แช่เย็นซะ เก็บกวาดเศษอาหาร อาหารเก่า และก็ขยะต่างๆที่หมักอยู่ในตู้แช่เย็นออกไปทิ้งให้หมด หลังจากนั้นเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่มีคราบด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำกิน อย่าปล่อยจนตราบเท่าตู้แช่เย็นมีกลิ่น หรือมีเชื้อราดำขึ้น เนื่องจากจะมีผลต่อของกินที่จะนำไปแช่คราวถัดมา
2. ถ้าหากพบว่าน้ำแข็งในช่องฟรีซเริ่มเกาะครึ้มขึ้น ควรกดปุ่มละลายน้ำแข็ง หรืออีกวิธีหนึ่งคือกระทำ OFF ตู้เย็น ดึงปลั๊กไฟฟ้าออก แล้วเปิดประตูตู้เย็นอ้าไว้ เพื่อน้ำแข็งละลายจนถึงหมด ระหว่างนี้คุณต้องหมั่นดึงถาดรับน้ำของตู้เย็นออก นำน้ำไปเททิ้ง แล้วใส่ถาดกลับเข้าไปใหม่อยู่เป็นประจำ จนถึงเมื่อน้ำแข็งละลายหมดแล้ว ค่อยชำระล้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อยถัดไป ชี้แนะให้ทำตอนที่ไม่มีของกินแช่อยู่ในตู้เย็น หรือเหลือแต่อาหารที่เก็บได้นานแล้ว

ขอบคุณสำหรับที่มา บทความตู้เย็น 1 ประตู: Index

13
ในช่วงปัจจุบันที่ผู้คนอยากได้ความสบายสบายสำหรับเพื่อการดำรงชีวิต เครื่องใช้ไฟฟ้า ถือเป็นข้าวของเครื่องใช้ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากอย่างยิ่ง
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการวางจำหน่ายอยู่ตามร้านค้า รวมทั้งแหล่งจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆนั้น ตอนนี้มีอยู่นานัปการแบรนด์ ตั้งแต่ยี่ห้อดังๆมีชื่อเสียงของผู้ใช้โดยธรรมดา ไปจนถึงแบรนด์แปลกๆที่ไม่ค่อยชินหูมากเท่าไรนัก ซึ่งราคาของอุปกรณ์ไฟฟ้าก็จะเปลี่ยนตามแบรนด์ของมันด้วย โดยทั่วไป อุปกรณ์ไฟฟ้าแบรนด์ดังๆมักมีราคาค่อนข้างจะสูง ในช่วงเวลาที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์แบรนด์แปลกๆราคาชอบถูก บางครั้งก็อาจจะถูกกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดังถึงครึ่งเดียวเลยทีเดียว ด้วยเหตุนั้น คนอีกจำนวนไม่น้อยจึงหันไปซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าราคาไม่แพงมาไว้ใช้ในบ้าน แทนที่จะจำต้องเสียเงินเสียทองจำนวนมากเพื่อซื้อสินค้าราคาแพง แต่ จำเป็นต้องขอบอกเลยว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นข้าวของที่คุณภาพเปลี่ยนตามราคา มีคนจำนวนไม่น้อยที่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาถูกไปใช้งาน ก่อนจะพบว่าเป็ฯผลิตภัณฑ์ที่มิได้คุณภาพ ใช้งานไปได้ไม่นานมากแค่ไหนก็พังทลาย เปิดไม่ติดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น บางคนจำต้องพบกับอันตรายจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพต่ำนั้นอีก ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากแบรนด์ดังที่ราคาแพงแพง หลายท่านซื้อไปรวมทั้งพบว่าใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหาตามมา ดังนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ราคาแพงแพง ก็ไม่ใช่ว่าจะมีคุณภาพดีไปเสียทั้งสิ้น ในขณะเดียวกัน เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาถูกก็ไม่ใช่ว่าจะด้อยประสิทธิภาพไปเสียทั้งหมดทั้งปวงเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในเนื้อหานี้ เราจะมาดูกันว่า หากอยากเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งาน จะต้องมองที่อะไรบ้าง
1. ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่มองเห็นได้จากข้างนอก ส่วนนี้เราสามารถตรวจเช็คได้ทันที กรรมวิธีคือลองดูภาวะด้านนอกของเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นดูก่อนว่าใช้วัสดุอะไรมาประกอบ หากวัสดุที่ใช้ข้างนอกเป็นสแตนเลส โลหะ หรือพลาสติกคุณภาพดี พวกเราก็สามารถเก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนั้นไว้เป็นตัวเลือกได้ แต่ว่าถ้าเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใดที่ใช้สิ่งของประกอบด้านนอกไม่ค่อยดีมากแค่ไหน ดังเช่น พลาสติกคุณภาพต่ำ โลหะบางๆพวกเราก็บางครั้งอาจจะอนุมานได้ว่าส่วนประกอบข้างในบางครั้งอาจจะไม่ดี สามารถตัดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นออกจากตัวเลือกได้ สำหรับข้อนี้ หลายท่านบางครั้งก็อาจจะมองว่ามองเพียงแค่อุปกรณ์จากด้านนอกได้จริงหรือ เป็นไปไม่ได้เลยหรือที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่อุปกรณ์ข้างนอกมีคุณภาพต่ำ แต่ว่าองค์ประกอบด้านในอาจจะมีคุณภาพก็ได้ ขอตอบเลยว่า จากข้อมูลของผู้ใช้ตามกระดานข่าวต่างๆพบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้อุปกรณ์คุณภาพไม่ดีประกอบด้านนอก ชอบเสียเมื่อใช้ไปได้ไม่นาน ด้วยเหตุนั้นขอให้คิดไว้ก่อนเลยว่า ขนาดวัสดุประกอบภายนอกยังไม่ดี แล้วองค์ประกอบข้างในจะดีได้เช่นไร ขอให้เลี่ยงเสีย
2. สายไฟที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆควรเป็นสายไฟที่มีขนาดเหมาะสมกับกระแสไฟฟ้าที่เครื่องใช้ไฟฟ้านั้นอยากได้ ยิ่งถ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภททำความร้อน อย่างเช่น หม้อหุงข้าว กระติกใส่น้ำร้อน เตาย่าง ควรที่จะเลือกรุ่นที่มีสายไฟขนาดใหญ่พอเพียง เพราะว่าหากว่าเรานำเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่สายไฟไม่ใหญ่พอที่จะรับกระแสได้ เมื่อใช้งานไปได้สักระยะ จะกำเนิดความร้อนขึ้นที่สายไฟ รวมทั้งถ้าเกิดใช้เป็นเวลานานๆจะส่งผลให้สายไฟละลาย หรือเกิดไฟลุกขึ้นได้ เพราะฉะนั้นสำหรับการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ควรที่จะเลือกรุ่นที่ใช้สายไฟเหมาะสมกับสิ่งที่จำเป็นไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทนั้นๆ
3. ราคา ตามที่กล่าวไปในข้างต้นว่า ราคานับว่าเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ชีวัดประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี โดยถ้าพวกเราอยากซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ก็ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกเกินความจำเป็น โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะต้องใช้ไฟมาก หรือต้องใช้งานทั้งวัน หรือหากว่าเราไม่มีเงินมากพอจะซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าราคาแพงได้ ก็บางทีอาจเลือกรุ่นที่แพงถูกลงมา แต่ว่าจำต้องผิดเกินไป
4. ความคิดเห็นจากผู้ที่เคยใช้ ส่วนนี้จัดว่าสำคัญ เพราะประสบการณ์ของผู้ที่เคยใช้จะเป็นตัวชี้ได้อย่างยอดเยี่ยมว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์นั้นมีคุณภาพหรือเปล่า โดยควรที่จะทำการเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีเสียงตอบรับจากผู้ใช้โดยมากว่าใช้ดี ทน ไม่มีปัญหา ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแบรนด์ที่ได้รับเสียงตอบรับว่าห่วย ใช้งานไม่ดี เสียง่าย ก็ควรจะหลบหลีกไม่ซื้อมาใช้งาน สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ค่อยมีใครกันแน่เอ่ยถึงสักมากแค่ไหน ก็เป็นสินค้าที่ควรจะเลี่ยงไม่ซื้อมาใช้งานด้วยเหมือนกัน เหตุเพราะมีความน่าจะเป็นไปได้ว่าอุปกรณ์ไฟฟ้ายี่ห้อนั้นอาจมีคุณภาพี่ไม่ดี จึงไม่ค่อยถูกซื้อไปใช้งานมากสักเท่าไรนัก
5. อย่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจากแรงเชียร์ของพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับขาย หลายๆคนที่ได้หาข้อมูลไว้แล้ว และตกลงใจแล้วว่าจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากแบรนด์หนึ่งที่ตนคิดไว้ ชอบพลาดตอนมาซื้อที่ห้างจริงๆเพราะว่าพนักงานที่มีหน้าที่ขายจะเชียร์แบรนด์ที่ตนขายอยู่ตลอดเวลา บางครั้งบางคราวก็กล่าวว่าผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อที่พวกเราเล็งไว้อยู่นั้นไม่ดี อย่าไปซื้อ ลงท้ายก็จบที่เราเผลอซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่พนักงานเชียร์ขาย ก่อนจะจำต้องมาพบว่าสิ่งที่ตนซื้อมานั้นไม่มีคุณภาพ ด้วยเหตุนี้ เมื่อไปซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ตามห้าง ขอให้ใจแข็งเข้าไว้ อย่าเผลอหลงคารมบุคลากรโดยเด็ดขาด

การจะเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ได้ของที่มีคุณภาพมานั้น หลักๆก็ต้องดูที่ 5 ข้อดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วมานี้ รับรองว่าท่านจะสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาได้อย่างแน่แท้ แต่ว่าสำหรับม่าม้าบ้านบางบุคคล อาจจะมีความวิตกกังวลอยู่ว่าตนมองอะไรไม่เป็นสักอย่าง แม้กระทั้งวัสดุด้านนอกก็ยังไม่อาจจะแยกได้ แม้เป็นแบบนี้ ก็ขอให้ท่านเลือกซื้อเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้ายี่ห้อดีๆราคาพอควรเป็นหลัก แล้วท่านจะได้สินค้าที่มีความคงทน ตรงตามความอยากได้เลย

แหล่งที่มา บทความเครื่องใช้ไฟฟ้า: Index Living Mall

14
พัดลม เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่อยูคู่กับสังคมไทยมาเป็นเวลานาน แฃะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกบ้านควรจะมีด้วยเหตุว่าเมืองไทยเป็นเมืองที่มีอากาศร้อน หากไม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรสักอย่างที่พอเพียงจะคลายร้อนได้บ้าง อาจเป็นไปไม่ได้อยู่อาศัยในบ้านได้อย่างสุขสบายแน่

ตอนนี้ พัดลมกลายเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาให้ออกมาหลายแบบ รองรับทุกรูปแบบการใช้งาน อีกทั้งพัดลมตั้งโต๊ะ พัดลมตั้งพื้นพัดลมติดฝาผนัง พัดลมติดเพดาน พัดลมโคจร และก็ฯลฯ ในบรรดาแบบอย่างพัดลมกลุ่มนี้ พัดลมตั้งโต๊ะ ดูเหมือนจะเป็นแบบยอดนิยมเพื่อการใช้แรงงานสูงที่สุด เนื่องด้วยมีขนาดกระชับ น้ำหนักค่อย โยกย้ายง่าย ปรับใช้งานได้หลากหลาย จะพัดในที่ต่ำก็ได้ หรือจะนำไปใช้พัดในที่สูงก็แค่หาโต๊ะหรือเก้าอี้มาต่อแค่นั้นไม่เสมือนพัดลมตั้งพื้นหรือพัดลมโคจร ที่ใช้งานได้ไม่หลากหลายนัก แถมยังโยกย้ายทุกข์ยากลำบากมากอีกด้วยหลายบริษัทเล็งเห็นถึงความปรารถนาของผู้คนที่มีต่อพัดลมตั้งโต๊ะ ก็เลยได้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จำพวกนี้ออกมาวางจำหน่ายบนท้องตลาดกันแบบคับคั่ง อย่างที่พวกเราจะเห็นว่าในห้างสรรพสินค้า แล้วก็ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ มีทั้งพัดลม ตั้งโต๊ะแบรนด์เนม และก็พัดลมโนเนมมาให้ได้เลือกกัน แต่ถามว่าหากพวกเราจำเป็นต้องไปซื้อพัดลมชนิดนี้มาใช้ในบ้านตัวเอง จะเลือกพัดลมแบรนด์เนมหรือโนเนมดีละ วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ข้อแรก ขอเชื้อเชิญทุกคนไปทำความเข้าใจกับนิยามของพัดลมแบรนด์เนม กับพัดลมโนเนมก่อน พัดมแบรนด์เนม คือ พัดลมตั้งโต๊ะ ที่มีแบรนด์อันเป็นที่รู้จักทั่วๆไป กล่าวชื่อขึ้นมาเวลาใด ไม่มีใครที่ไม่รู้ ได้แก่ พัดลม Mitsubishi Toshiba Hitachi Panasonic Hatari อะไรทำนองนี้ ส่วนพัดลมโนเนม คือพัดลมที่ผลิตออกมาแบบไม่มียี่ห้อติด หรือถึงจะมีแบรนด์ เวลาบอกชื่อขึ้นมา หลายๆคนจะเกิดรีแอคว่า มีพัดลมยี่ห้อนี้อยู่บนโลกด้วยหรือ นี่ยังรวมถึงพัดลมที่ผลิตมานาน แต่คนไม่ค่อยรู้จัก ก็นับได้ว่าเป็นพัดลมแบบโนเนมด้วย

ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างพัดลม ตั้งโต๊ะแบรนด์เนม กับพัดลมตั้งโต๊ะโนเนม ก็คือ ราคา เป็นที่รู้กันว่าพัดลมตั้งโต๊ะแบบแบรนด์เนมราคาจะสูงมากมาย บางแบรนด์ราคาพุ่งไปถึงหลักพันทั้งๆที่เป็นเพียงแค่พัดลมตัวเล็กๆส่วนถ้าหากเป็นพัดลมโนเนม ราคาจะต่ำมากถึงเยอะที่สุด บางตัวใช้แบงค์ร้อยเพียงแค่ใบเดียวก็ซื้อมาเป็นเจ้าของได้แล้ว ปริศนาเป็นเพราะเหตุใดจึงเป็นแบบนั้น แล้วถ้าหากพวกเราอยากได้พัดลมมาใช้สักตัวจริงๆไปซื้อพัดลมโนเนมมาใช้ไม่ดีกว่าหรือ พัดได้แบบเดียวกัน แถมไม่สิ้นเปลืองด้วย ข้อนี้จะขอตอบเลยว่า ที่พัดลมแบรนด์เนมกับพัดลมโนเนมแตกต่างกันเนื่องจากมีต้นเหตุ 2 อย่าง ดังต่อไปนี้
1. อุปกรณ์ที่ใช้ โดยปกติพัดลมแบรนด์เนมมักจะใช้สิ่งของที่มีคุณภาพกว่า ผลิตมาจากบริษัทแม่ที่มีการควบคุมประสิทธิภาพอยู่เสมอ มีการทดสอบคุณภาพชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ด้วยความที่เป็นชิ้นส่วนผลิตเอง ทำให้มีต้นทุนสูง แต่ในขณะเดียวกันชิ้นส่วนก็จะมีความคงทน ใช้งานได้ดีมากว่าด้วย มีรอบการหมุนดี ให้ลมแรง ในเวลาที่พัดลมโนเนม มักจะใช้อุปกรณ์ที่ว่าจ้างผลิตขึ้นจากโรงงานที่มีกำลังการผลิตสูง เมื่อกำลังการผลิตสูง ก็พอๆกับว่าจะต้องรีบเร่งผลิต ไม่มีเวลามาพิจารณาประสิทธิภาพ ผลิตเสร็จก็ส่งออกในราคาไม่แพง แล้วบริษัทผู้ผลิตก็จะเอามาประกอบเองต่อ พร้อมตีตราแบรนด์ตนเอง บางยี่ห้อยิ่งหนัก เป็นให้บริษัทที่มีกำลังการผลิตประกอบให้ตัวเองด้วยเลย และรับมาแค่ตีตราเพียงแค่นั้น เมื่อเป็นแบบนี้ จึงทำให้พัดลมโนเนมมีต้นทุนการผลิตถูกมากมาย ราคาขายก็เลยต่ำตามไปด้วย แต่ถึงจะราคาไม่แพง มันก็แลกมาด้วยสภาพส่วนประกอบที่ไม่มีประสิทธิภาพสักเท่าไหร่ ใช้ได้ไม่แข็งแรง หมุนแล้วไม่ค่อยมีลมออกมา แล้วก็ถ้าหากใช้ผ่านไปเพียงแค่ 4-5 เดือนก็เริ่มมีปัญหาแล้ว อย่างหมุนช้าลง หรือบางทีก็ไม่หมุนเลย
2. ประสิทธิภาพการประกอบ พัดลมแบรนด์เนมส่วนใหญ่จะมีคุณภาพการประกอบที่ดี มีโครงแข็งแรง ยึดองค์ประกอบต่างๆดี ด้วยเหตุว่าผลิตเอง รวมทั้งมีการควบคุมประสิทธิภาพการประกอบอยู่เสมอ ทำให้ใช้งานได้นาน ไม่ค่อยเจอกับปัญหาตามมา ในเวลาที่พัดลมตั้งโต๊ะโนเนมราคาถูกๆมักไม่ค่อยให้ความสำคัญกับคุณภาพการประกอบ บางเครื่องนี่เห็นได้ชัดเลยว่าส่วนประกอบบางชิ้นยึดไม่แน่น พอเพียงเอามาใช้ก็เกิดปัญหาอย่างสั่น เสียงดัง และก็จะตายนี้ไปในเวลาไม่ถึงปี พร้อมกับประสิทธิภาพพลาสติกโครงที่เป็นของคุณภาพแย่ ติดไฟง่าย มอเตอร์ไหม้ครั้งไฟก็ลุกในเวลาไม่ถึง 10 นาที เปลี่ยนเป็นชนวนของอัคคีภัยกันไปอีก จากรายละเอียดที่ว่ามานี้ คุณผู้อ่านคงจะเพียงพอจะเลือกกันได้แล้วว่าจะเอาพัดลมตั้งโต๊ะแบบแบรนด์เนม หรือจะเลือกของโนเนมราคาไม่แพงๆไปใช้ที่บ้าน อย่าซื้อแบบดูเพียงแค่ราคาอย่างเดียว เนื่องจากว่าถึงแม้ว่าจะคุณได้พัดลมราคาถูกมาใช้งาน แต่เมื่อใช้ไปแล้วพังทลายจะต้องเปลี่ยนแปลงใหม่ก็พอๆกับว่าต้องเสียเงิน 2 ต่อ สู้ซื้อพัดลมที่คุณภาพดี แม้จะราคาสูงหน่อย แต่ว่าไม่ต้องรอเปลี่ยนใหม่ 4-5 ปีก็อยู่ได้สบาย แบบงี้สิถึงจะเรียกว่าคุ้มของแท้

เครดิตบทความ บทความพัดลมตั้งโต๊ะ: Index

15
ในระยะเวลารุ่งเช้า หรือบางทีก็อาจจะยามเช้ามากมายสำหรับใครบางคน การมีนาฬิกาปลุกไว้ช่วยปลุก ก็คงจะเกิดเรื่องที่จำเป็นจะต้องประเภทห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดกันเลยทีเดียว

คุณคงพอจะรู้ดีอยู่แล้วว่า นาฬิกาปลุกที่วางขายอยู่บนตลาดในขณะนี้นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังเช่น นาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลที่แสดงหน้าปัดเป็นตัวเลข และก็นาฬิกาปลุกแบบเข็ม แต่ว่าคุณอาจจะไม่รู้จักว่าจริงๆแล้ว หากต้องการจะเลือกนาฬิกาปลุกแบบใดสักแบบหนึ่ง จำต้องดูที่อะไรบ้าง บางทีเมื่อไปห้างสรรพสินค้า คุณก็เลือกเฉพาะนาฬิกาเรือนที่ตัวเองถูกใจ พอนำกลับมาใช้ที่บ้านก็พบว่าใช้งานได้ไม่ดี ไม่ตรงตามความปรารถนาสักเท่าไร เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คุณอาจเกิดความข้องใจขึ้นมาบ้างแล้วว่า ถ้าหากว่าเป็นเช่นนั้นพวกเราควรจะซื้อนาฬิกาปลุกแบบไหนดี วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

แต่ก่อนที่จะไปเปรียบกันว่านาฬิกาแบบไหนดียิ่งกว่ากัน พวกเราจำต้องรู้เรื่องก่อนว่านาฬิกาแต่ละเรือนนมีลักษณะอย่างไร เริ่มจากนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลก่อน นาฬิกาปลุกรุ่นนี้มีเอกลักษณ์เป็นการแสดงผลหน้าปัดเป็นตัวเลข เจาะจงชั่วโมง นาที แล้วก็วินาทีอย่างพิถีพิถัน ในนาฬิกาปลุกดิจิทัลบางรุ่น ยังมีการบอกจำนวนอุณหภูมิเวลานี้อีกด้วย จุดเด่นของนาฬิกาปลุกรุ่นนี้คือบอกเวลาได้ละเอียด คุณสามารถรู้ได้ทันทีว่าช่วงนี้เป็นเวลาชั่วโมง กี่นาที และก็กี่วินาทีแล้ว ส่วนจุดอ่อนของนาฬิกาปลุกรุ่นนี้คือ ด้วยความเป็นนาฬิกาแสดงตัวเลข ทำให้เมื่อถึงเวลาเวลากลางคืนที่ปิดไฟมืดหมดแล้ว คุณจะไม่สามารถมองเห็นเลขเวลาได้ ผู้สร้างหลายรายได้เห็นถึงข้อด้อยส่วนนี้ ก็เลยได้เพิ่มฟังก์ชั่นสำหรับเปิดไฟสะท้อนแสงที่หน้าปัดนาฬิกา โดยเมื่อกดปุ่ม คุณจะสามารถเห็นจำนวนเวลาได้ ปัญหานี้ก็จะลดลง แต่ว่าในนาฬิกาดิจิทัลรุ่นต่ำๆจะยังไม่มีฟังก์ชั่นส่วนนี้ นอกจากนั้น ยังมีผู้ผลิตบางรายที่คิดทำให้นาฬิกาปลุกดิจิทัลของตนเองมีตัวเลขเรืองแสงอยู่ตลอดระยะเวลา ก็จะช่วยให้แลเห็นในที่มืดได้กระจ่างดียิ่งขึ้น แต่ว่าก็ตามมาด้วยปัญหาแสงสว่างจากจำนวนบนนาฬิการบกวนคุณตลอดระยะเวลา ทำให้ไม่อาจจะนอนหลับได้สนิท จะต้องย้ายนาฬิกาไปไว้ห้องอื่น แปลงเป็นข้อตำหนิขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง

ส่วนนาฬิกาปลุกแบบเข็ม เป็นนาฬิกาแบบดั้งเดิมที่อยู่คู่กับเมืองไทยพวกเรามานานแล้ว เอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้ก็คือ มีเข็มสั้น เข็มยาว แล้วก็เข็มวินาทีบนหน้าปัด เข็มทั้ง 3 จะเขยื้อนไปเรื่อยๆตามเวลาที่ผ่านไป เนื่องจากว่าเป็นนาฬิกาเข็ม ทำให้การบอกเวลาอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความละเอียดน้อยกว่านาฬิกาแบบดิจิทัลอยู่หน่อยหนึ่ง คุณอาจจะไม่อาจจะดูเวลาจากนาฬิกาแบบเข็ม แล้วบอกได้ละเอียดหมดเลยว่าตอนนี้กี่ชั่วโมง กี่นาที กี่วินาที แม้กระนั้นก็พอที่จะบอกเวลาแบบโดยประมาณได้อยู่ว่าขณะนี้ตรงเวลากี่นาฬิกา กี่นาที นอกจากนั้น นาฬิกาแบบเข็มยังเป็นนาฬิกาที่ไม่ค่อยมีฟังก์ชั่นจัดเต็มเหมือนอย่างนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลสักเท่าไรนัก ยิ่งบางรุ่น คุณอาจจะสามารถใช้งานได้แค่เพียงดูเวลาสิ่งเดียว ดูราวกับว่าเป็นจุดบกพร่อง แต่จริงๆก็ถือเป็นจุดเด่นสำหรับคนที่ไม่อยากนาฬิกาที่ใช้งานยุ่งยากมาก บอกเวลาได้ก็พอแล้ว เพราะว่าบางครั้งบางคราวซื้อนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลมา ก็จำต้องเจอกับตัวเลขที่มากไม่น้อยเลยทีเดียวเต็มไปหมด มองเกือบจะไม่รู้เรื่องว่าเลขไหนเป็นเวลา หรือเลขไหนเป็นอย่างไร คุณจะไม่พบปัญหานี้ในนาฬิกาปลุกดิจิทัล

จะเห็นได้ว่า ลักษณะเด่นของนาฬิกาปลุกทั้งยัง 2 อย่างงี้ ก็มีความต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแบบอย่างแล้วก็ฟังก์ชั่นการใช้งาน ต่อนี้ไปกลับมาไปสู่ปริศนาที่ว่า ถ้าเกิดต้องการจะได้นาฬิกาปลุกสักเรือนละ จะเลือกแบบไหนดี เนื่องจากว่านาฬิกา 2 แบบ ต่างก็มีลักษณะเด่นไม่เหมือนกัน ทำให้อาจบอกแบบพิจารณาไปเลยไม่ได้ในทันทีว่าซื้อเรือนไหนดียิ่งกว่า ถ้าจะเลือกให้ได้ดีที่สุด คุณจำต้องตรึกตรองต้นเหตุดังนี้
1. ความอยากได้สำหรับในการใช้งาน หากว่าอยากได้นาฬิกาปลุกจำพวกที่ว่า ซื้อมาแค่เรือนเดียว ก็มองได้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ไม่จำกัดเฉพาะเวลา นาฬิกาดิจิทัล คงจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ดิบได้ดีที่สุด เพราะแสดงผลลัพธ์ทุกสิ่งทุกอย่าง อุณหภูมิ สภาพอากาศ วันที่ และก็ฯลฯ แต่ว่าถ้าเกิดคุณซื้อนาฬิกาปลุกมาเพราะเหตุว่ารู้สึกว่าจะใช้ปลุกจริงๆมิได้อยากได้ฟังก์ชั่นที่จัดเต็มจนเชิญชวนงงงัน ใช้งานไม่ถูก ก็ขอเสนอแนะว่าแบบเข็มก็พอเพียงต่อความจำเป็นแล้ว
2. คุณสมบัติเฉพาะตัวของนาฬิการุ่นนั้นๆดังเช่น นาฬิกาบางรุ่นมีฟังก์ชั่นเรืองแสงในตัวเอง มีหน้าปัดพรายน้ำ ถ้าหากคุณรู้สึกว่าการนำนาฬิกาที่มีแสงในตัวเองมาตั้งในห้องนอน เป็นการก่อกวนการนอนของคุณ ทำให้นอนไม่หลับ หรือไม่ก็ทำให้มีการเกิดความหลอนราวกับมีใครมายืนอยู่ในห้อง ก็ไม่สมควรซื้อเรือนนั้น หันไปซื้อนาฬิกาปกติที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเองจะดีมากกว่า เป็นต้น
3. ไม่ใช่ว่า นาฬิกาปลุกทุกรุ่นจะมีเสียงปลุกที่เท่ากัน บางรุ่นเสียงปลุกเบามาก เกือบจะไม่ได้ยิน ถึงแม้ว่าจะปลุกก็ราวกับมิได้ปลุก หรือบางรุ่นก็มีเสียงปลุกที่สั่นประสาท เชิญชวนให้ปวดหัวยามตื่นทุกที เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัล หรือนาฬิกาปลุกแบบเข็มก็ตาม คุณจะต้องให้จุดสำคัญกับการเลือกเสียงปลุกด้วย ก่อนตัดสินใจซื้อ คุณควรจะทดลองทดลองเสียงปลุกมองสักนิดว่าคืออะไร แล้วเลือกรุ่นที่คุณมีความคิดว่าถูกใจเสียงปลุกของมันเยอะที่สุด
นาฬิกาปลุก นับว่าเป็นเครื่องใช้ไม้สอยชิ้นสำคัญที่ช่วยทำให้คุณตื่นมารับวันใหม่ได้อย่างแจ่มใส ดังนั้นคุณควรที่จะเลือกให้ถูก เพื่อช่วยส่งเสริมการหลับรวมทั้งการตื่นนอนอย่างโดยความเป็นจริง

Source: บทความนาฬิกาปลุก: Index Living Mall

หน้า: [1] 2 3 ... 25