แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 9
1


แต่งหน้าให้เนียนกริ๊บ  ด้วย 4 เทคนิคการเนรมิตหน้าให้สวยปิ๊งด้วยคอนซีลเลอร์
สำหรับคุณ ๆที่มีปัญหาผิวหน้าค่อนข้างเยอะ  ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใต้ตามีริ้วรอยหมองคล้ำ  จุดด่างดำ สิว ฝ้า หรือกระ  การใช้แป้งผสมรองพื้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ของการแต่งหน้าให้สวยเนียนกริ๊บได้  แต่อย่าเพิ่งหมดหวังไปค่ะ  เนื่องด้วยเครื่องสำอางตัวช่วยอย่าง คอนซีลเลอร์ สามารถช่วยชีวิตคุณได้  โดยเทคนิคการแต่งหน้าปกปิดปัญหาผิวจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันค่ะ
1. คอนซีลเลอร์ใต้ตา
สำหรับการทาคอนซีลเลอร์เพื่อปิดรอยหมองคล้ำใต้ตานั้น  ควรเลือกเป็นคอนซีลเลอร์ที่เป็นเนื้อเหลวจะช่วยให้สามารถเกลี่ยบริเวณใต้ตาได้ง่ายกว่า  แต่ไม่ควรทาคอนซีลเลอร์เพียงแค่บริเวณที่เป็นแพนด้าเท่านั้น  แต่ควรลากยาวลงมาจนใกล้บริเวณโหนกแก้มจากนั้นค่อย ๆ เกลี่ยให้เข้ากัน  ซึ่งจะทำให้การปกปิดดูเรียบเนียนกว่า  ยิ่งไปกว่านี้ คอนซีลเลอร์ที่ใช้บริเวณใต้ตายังควรเลือกให้มีเฉดสีสว่างกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อให้ใต้ตาดูสดใสขึ้นด้วยค่ะ

2. คอนซีลเลอร์ปิดสิว
สำหรับสาวๆที่ต้องการใช้คอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดรอยสิว และจุดด่างดำ  ควรเลือกใช้คอนซีลเลอร์แบบสติ๊กที่มีเนื้อเครื่องสำอางเข้มข้นกว่า  และยังมีวิธีใช้ง่าย เพียงแค่ป้ายแท่งคอนซีลเลอร์สิวลงบนจุดต่างๆบนใบหน้า  จากนั้นจึงเกลี่ยให้เรียบเนียนกับผิว  และปิดทับด้วยแป้งพัฟ ซึ่งการันตีว่าแทบจะไม่เห็นรอยสิวอีกเลยค่ะ

3. Concealer แบบตลับ
นอกจากผลิตภัณฑ์แบบน้ำและแบบแท่งสติ๊กแล้ว  ยังมี Concealer แบบตลับซึ่งเป็นที่นิยมไม่แพ้กัน  แต่อาจมีวีธีการใช้ที่ยากกว่าเพียงเล็กน้อย เพราะว่าต้องใช้คู่กับพู่กันถึงจะให้ผลดีค่ะ  ถึงอย่างไร ข้อดีของแพ็คเกจแบบนี้ก็คือสามารถใช้กับทุกส่วนบนใบหน้า  ไม่ว่าจะเป็นรอยคล้ำจากใต้ตา  จุดด่างดำบนใบหน้า  หรือส่วนอื่นๆที่สาว ๆ ต้องการปกปิด  เพียงแค่แต้มพู่กันลงบนจุดที่ต้องการและเกลี่ยให้เรียบเนียน  นอกจากนี้ ยังสามารถใช้แทนไฮไลท์เพื่อเน้นส่วนที่ต้องการให้สว่างกว่าปกติ อาทิเช่นหน้าผาก หรือสันจมูกอีกด้วย

4. คอนซีลเลอร์ชนิดหลอด
หลาย ๆ ท่านอาจเคยเห็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นชนิดหลอดซึ่งมีวิธีใช้เช่นเดียวกับครีมรองพื้น  โดยใช้นิ้วมือในการแต้มและเกลี่ยให้เรียบเนียน  หรืออาจใช้พู่กันในการเกลี่ยก็ได้ผลดีเช่นเดียวกัน  โดยสิ่งที่แตกต่างจากครีมรองพื้นก็คือ คอนซีลเลอร์จะมีเม็ดสีในการปกปิดที่เข้มข้นกว่า  จึงสามารถปกปิดร่องรอยต่างๆได้ดีกว่าครีมรองพื้น  แต่ก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อการปกปิดที่ดีกว่า  แถมไม่ตกร่องและไม่เป็นคราบด้วยค่ะ

ติดต่อสอบถามได้ที่ Website : https://www.lancome.co.th

2
สกรีนเสื้อนนทบุรี รับผลิตเสื้อยืด เสื้อโปโล
พร้อมงานสกรีน และ งานปัก
สกรีนสียาง สีนูน สีเรืองแสง สีสะท้อนแสง
มุกเงิน มุกทอง ฟรอยเงิน ฟรอยทอง งานเฟล็ก
สั่งทำแบบไม่มีปริมาณขั้นต่ำ
งานด่วน 1-2 วัน รอรับได้ทันที
พร้อมให้บริการ ออกแบบ ฟรี !
ชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ : 0814802729 / 0894444172
เว็บไซต์ : www.สกรีนเสื้อนนทบุรี.com
ที่อยู่ : ซอยวัดกู้ ตรงข้ามไปรษณีย์ปากเกร็ด นนทุบรี
ไลน์ : nut2729 / air4172
email : screennonthaburi@hotmail.com
https://www.facebook.com/hashtag/ร้านสกรีนเสื้อ?source=feed_text
#ร้านสกรีนเสื้อ
#ร้านสกรีนเสื้อนนทบุรี

#สกรีนเสื้อ #ปักเสื้อ #สกรีนด่วน #ปักด่วน #เสื้อยืด #เสื้อโปโล #เสื้อรับน้อง#เสื้อแฟนคลับ #เสื้อคู่ #สกรีนวันเดียว #สกรีนแจ้งวัฒนะ #สกรีนเสื้อเมืองทอง#สกรีนเสื้อปากเกร็ด #สกรีนเสื้อนนทบุรี #สกรีนราคาถูก #ปักเสื้อราคาถูก #งานสกรีนด่วน #เสื้อนักร้อง #ปักเสื้อแจ้งวัฒนะ #ปักเสื้อเมืองทอง #เสื้อพนักงาน#เสื้อออเดอร์ #สกรีนเรืองแสง #สกรีนสะท้อนแสง #สกรีนฟรอย #สกรีนเช้าเอาเย็น










3


มาส์กหน้าให้ใสเด้ง เร่งผิวใสให้ตรงจุด ด้วย 4 สูตร Face mask เพื่อความต้องการของคุณโดยเฉพาะ
สาวๆคนไหนที่มีผิวหน้าไม่ใส ไม่เด้ง  และอยากหาวิธีเร่งผิวให้สวยทันไปงานแบบเร่งด่วน   ครั้นจะไปเข้าคอร์สทำหน้าแบบหลายพัน หลายหมื่นก็ดูจะเปลืองงบเกินไป  ความจริงแล้ว ไม่ต้องสิ้นเปลืองขนาดนั้นเลยค่ะ  ทั้งนี้เพราะเรายังมีผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยกระตุ้นผิวของเรานั้นให้สวยกระจ่างใสตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้อยู่บนโลกใบนี้ด้วย  นั่นก็คือ มาส์กหน้านั่นเอง
โดยผลิตภัณฑ์ประเภทมาส์กหน้านั้น  มักจะบรรจุด้วยสารอาหารเข้มข้นสำหรับผิว  ที่สามารถทำให้ผู้ใช้รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรก  อย่างไรก็ตาม แผนมาส์กเหล่านี้ก็ยังมีหลายประเภทให้เลือกใช้ตามความต้องการของคุณ ๆในแต่ละวัน  โดยจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันค่ะ
1. มาส์กเพื่อความชุ่มชื้น
สาวๆที่มีปัญหาผิวหน้าแห้งกร้าน  ควรให้ Face mask ที่เน้นในเรื่องของความชุ่มชื้นโดยเฉพาะ  ซึ่งมาส์กหน้าชนิดนี้มักมีส่วนผสมธรรมชาติอย่างอโรเวร่า  หรือไฮยารูลอน  ที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวหน้าได้ดี  ซึ่งหลังจากมาส์กทิ้งไว้แค่เพียง 1 คืนรับประกันว่าตื่นมาหน้าเด้งอิ่มน้ำเหมือนกับผิวเด็กเลยค่ะ

2. มาส์กเพื่อลดความหมองคล้ำ
ปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำนับว่าเป็นปัญหาใหญ่สุดของคุณ ๆในสมัยนี้  โดยมาส์กที่จะช่วยกระตุ้นผิวให้กระจ่างใสฉบับเร่งด่วนมักมีส่วนผสมของวิตามินซี และอาบูตินชนิดเข้มข้น  โดยที่ท่านจะต้องประหลาดใจหลังการมาส์กเพียงแค่ 1 คืนที่ตื่นมาหน้าตาผ่องใส ขาวขึ้นอย่างน้อย 1 สเตปอย่างแน่นอน

3. มาส์กเพื่อลดริ้วรอย
เพื่อน ๆที่เคร่งเครียดกับงาน จนเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร จำเป็นต้องได้รับส่วนผสมเข้มข้นจากเรตินอลที่ช่วยในการลดร่องลึกบนใบหน้าให้ดูตื้นขึ้น  นอกจากนี้  มาส์กหน้าที่มีส่วนในการกระชับรูขุมขนก็จะช่วยให้ผิวหน้าดูตึงขึ้น  และยังมีส่วนช่วยทำหน้าให้ดูเด็กลงได้เช่นกัน  โดยมาส์กหน้าประเภทนี้มักจะเป็นมาส์กที่มีราคาแพง  อย่างไรก็ตาม ควรเลือกมาส์กที่มีคุณภาพสูงเพื่อให้เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ค่ะ

4. มาส์กแบบแก้ปัญหาหลายประเภท
แน่นอนว่าคุณ ๆหลายคนไม่ได้มีปัญหาผิวหน้าเพียงแค่อย่างเดียว  สำหรับมาส์กหน้าที่ตอบโจทย์ได้ทุกประเภทของผิวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นช่วยเรื่องความชุ่มชื้น  ช่วยปรับสีผิวให้ขาวกระจ่างใส ช่วยลดเลือนริ้วรอย  ย่อมเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ผสมอาหารผิวหลายประเภท  และแน่นอนว่าจะต้องมีราคาแพงที่สุดในบรรดามาส์กทุกชนิด  โดยส่วนใหญ่มักจะมีผลิตอยู่ในแบรนด์เครื่องสำอางดังๆ  ซึ่งมั่นอกมั่นใจได้ว่าจะใช้สารที่มีคุณภาพ และรับรู้ได้ถึงผลลัพธ์ตั้งแต่ครั้งแรก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ :  https://www.lancome.co.th

4


อยากหัดแต่งหน้าจะทำอย่างไร เชิญทุก ๆ ท่านพบกับ 5 เครื่องสำอางแต่งหน้าที่มือใหม่ก็สวยได้
ปัจจุบันนี้การแต่งหน้าจัดเป็นอีกเรื่องจำเป็นสำหรับผู้หญิงไปเสียแล้ว  ทั้งนี้เพราะจะเดินออกจากบ้านทั้งที จะปล่อยให้ใบหน้าโทรม จืดชืด ก็จะดูเหมือนคนที่ไม่ดูแลตัวเองจนเกินไป  สำหรับใครที่กลัวว่าการแต่งหน้าจะเป็นเรื่องยุ่งยากจนเกินไป  ความจริงแล้วเครื่องสำอางที่จำเป็นกับการแต่งหน้าหลักๆมีแค่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้น  ส่วนจะมีอะไรบ้างตามไปดูกันค่ะ
1. แป้งพัฟ
สำหรับมือใหม่ เครื่องสำอางแต่งหน้า ไม่ควรใช้แบบที่ซับซ้อนจนเกินไปค่ะ  โดยจุดเริ่มต้นของการแต่งหน้าก็คือการปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน  ซึ่งเครื่องสำอางที่ใช้ปรับผิวได้ง่ายที่สุดก็คือแป้งตลับ  โดยอาจเลือกเป็นชนิดที่ผสมรองพื้น หรือชนิดแป้งฝุ่นธรรมดาก็ได้เช่นกัน  ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน  แต่มีเทคนิคอยู่นิดหน่อยว่าต้องไม่โบ๊ะหน้าหนาจนเกินไปค่ะ

2. ดินสอเขียนคิ้ว
จุดที่สำคัญบนใบหน้าอีกหนึ่งจุดก็คือคิ้ว  สิ่งที่ใช้ตกแต่งคิ้วของเราได้ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่ก็คือดินสอเขียนคิ้ว  โดยค่อยๆวาดกรอบคิ้วให้ถูกอกถูกใจก่อน  หลังจากนั้นจึงค่อยๆระบายสีคิ้วโดยการเน้นให้หัวคิ้วให้มีสีอ่อน และหางคิ้วให้มีสีเข้ม  สำหรับท่านใดที่กะน้ำหนักมือไม่เป็น  ลองใช้ดินสอเขียนคิ้วมาสัก 2-3 เฉด จากนั้นใช้สีอ่อนเขียนหัวคิ้ว และสีเข้มเขียนหางคิ้ว ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆค่ะ

3. บลัชออน
สำหรับท่านใดที่ไม่อยาก makeup เยอะ  แนะนำให้เติมบลัชออนเพื่อเพิ่มสีสันบนใบหน้าสักเล็กน้อย  เพราะว่าการเติมแก้มให้มีสีชมพูระเรื่อจะไม่ทำให้หน้าของเรานั้นดูซีดจนเกินไป  นอกจากนี้ยังทำให้ดูมีเลือกฝาด และดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

4. อายไลเนอร์
แม้อายไลเนอร์จะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สาวๆกลัว เพราะว่าค่อนข้างเขียนยากและเลอะเทอะได้ง่าย  แต่อายไลเนอร์ก็ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญของการแต่งหน้าที่ทำให้ดวงตาของคุณ ๆ นั้นให้แลดูสวยคม และดูตาโตยิ่งขึ้น  สำหรับมือใหม่หัดเขียนตาไม่แนะนำให้ใช้แบบน้ำที่เลอะง่ายค่ะ  ควรเริ่มต้นจากการใช้แบบดินสอจากนั้นค่อยๆเขียนจากหัวตามาที่กลางตา แล้วค่อยลากไปที่หางตาทีละสเตป รับประกันเลยคะ ว่าง่ายมาก ๆ เลย

5. ลิปสติก
ลิปสติกเป็นเครื่องสำอางที่ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสขึ้นทันตา  และยังถือเป็นไอเทมที่ใช้ง่าย  โดยคุณ ๆสามารถเลือกโทนสีลิปสติกที่เข้ากับบุคลิกและการแต่งกายของตัวเอง  ตัวอย่างเช่นสีชมพูสำหรับสาวหวาน  สีแดงสำหรับสาวที่โฉบเฉี่ยวและมั่นใจ  หรืออาจใช้เป็นสีส้มที่ดูสดใสและทำให้หน้าดูไบรท์ขึ้นอีกด้วย  ปกติแล้วลิปสติกมักเลือนหายไปจากการทานอาหาร ฉะนั้น คุณ ๆควรพกลิปสติกติดตัวไว้เติมระหว่างวันด้วยค่ะ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.lancome.co.th

5


การอ่านนิยาย นับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมหรืองานอดิเรกที่หลาย ๆ ท่านชื่นชอบและมักจะอ่านกันในยามว่าง  ทั้งนี้นิยายมีทั้งรูปแบบของหนังสือ รวมไปถึงนิยายออนไลน์  จึงทำให้เหล่าหนอนหนังสือสามารถเลือกอ่านได้จากช่องทางต่าง ๆที่ตนเองสะดวก อย่างไรก็ตามต้องบอกเลยล่ะว่า นิยายออนไลน์ ซึ่งเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์  ที่มีหลายประเภทเป็นอย่างมาก ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูข้อมูลกันเลย
นวนิยายรัก
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ประเภทนิยายรัก จะมีเนื้อหาที่เกี่ยวความรัก ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสองคน ซึ่งหนีไม่พ้นพระเอกและนางเอกของเรื่อง ถือว่าเป็นตัวละครสำคัญในเรื่องเลยทีเดียว มักจะเน้นอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครเป็นสำคัญ ซึ่งเป็นนิยายออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้รักการอ่านนิยาย

นวนิยายลึกลับ
สำหรับท่านใดที่ชอบความลึกลับที่ดูซับซ้อนซ่อนเงื่อน ต้องการหาคำตอบ เชื่อเหลือเกินว่า นิยายออนไลน์ แนวลึกลับจะต้องประทับใจคุณอย่างแน่นอน ทั้งนี้มักจะเกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน  เกี่ยวกับนักสืบเพื่อควานหาคำตอบที่ยังคงเป็นปริศนา ซึ่งถือว่ามีจำหน่ายในร้านหนังสือนายอินทร์ ไม่น้อยเลยนะ

นวนิยายสยองขวัญ
นวนิยายสยองขวัญ มักจะถูกนำมาสร้างเป็นละคร เป็นซีรีย์  นำมาดัดแปลงให้อยู่ในรูปแบบ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงการถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องเลยทีเดียว  ด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวกับความสยอง และระทึกขวัญให้ผู้ติดตามอ่านได้ลุ้นกันอยู่ตลอด ทั้งนี้มักจะนำตัวละครปีศาจมาเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าจะเป็น  ปีศาจ สัตว์ร้าย แวมไพร์ เป็นต้น ซึ่งที่ผ่านมาจากกระแสความนิยม จึงบ่งบอกได้ว่านี่เป็นนิยายออนไลน์ อีกจำพวกนึง ที่ยังคงติดอันดับต้นๆของหนังสือขายดีในร้านจำหน่าย เช่น ร้านหนังสือนายอินทร์ อยู่เสมอ

นวนิยายมหัศจรรย์
{ต้องบอกเลย|ขอบอกเลยล่ะว่านวนิยาย ไม่ได้มีเพียงแค่เนื้อหาที่เข้มข้นและฮาร์ดคอร์เท่านั้น แต่ยังมีเนื้อหาที่เหมาะสำหรับเด็ก รวมไปถึงทุกเพศทุกวัย และเบาสมองอีกด้วย ซึ่งนั่นก็คือนวนิยายมหัศจรรย์ ที่เน้นหาเกี่ยวกับความเพ้อฝัน ,เรื่องอันน่าเหลือเชื่อ ,เรื่องเวทมนตร์  ,เรื่องราวเหนือธรรมชาติ เป็นต้น หรือจะเรียกนิยายออนไลน์ว่านิยายแนวไซไฟแฟนตาซี ก็มีความหมายที่เหมือนกัน

นวนิยายแนวกามารมณ์
สำหรับนิยายแนวกามารมณ์หรือแนวอีโรติกประเภทนี้ จะเหมาะสมกับผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะ หรือผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น เพราะว่ามักจะมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทั้งทางกายและใจ และเน้นฉากกามารมณ์มากเป็นพิเศษ โดยมากแล้วในนิยายออนไลน์ในร้านหนังสือนายอินทร์ ก็มีให้เลือกอยู่มากเลย
หากคุณชอบในการอ่านนิยาย ก็ลองหาหนังสือนิยายในแบบที่ตนเองชอบหรือแนวทางที่อยากอ่าน ก็สามารถไปเลือกซื้อเลือกหาที่ร้านหนังสือนายอินทร์ ได้เลย การันตีว่าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

Website : https://www.naiin.com/category?category_1_code=2&product_type_id=3

6


ต้องการสวยเหมือนกัน แต่ผิวไม่เหมือนกัน เชิญพบกับ 4ประเภทของครีมบำรุงผิวหน้าเพื่อผิวที่แตกต่าง
สาว ๆกับเรื่องรักสวยรักงามเป็นของคู่กัน  โดยเฉพาะผิวหน้าเนี่ยเป็นสิ่งที่ละเลยการดูและไม่ได้เลยทีเดียวค่ะ  ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจทีผู้หญิงทุกคนจะต้องมีครีมบำรุงผิวหน้าประจำตัวอยู่เสมอ  แต่ก็ใช่ว่าครีมทาหน้าแบบไหนก็ใช้ได้นะคะ  ทั้งนี้เพราะสภาพผิวที่แตกต่างกัน ความต้องการของผิวจึงแตกต่างกันไปด้วย  โดยผิวแบบไหนจะต้องการครีมบำรุงแบบไหนบ้าง ไปดูกันค่ะ
1. ผิวมัน
สาวผิวมันถือเป็นประเภทผิวที่พบได้มากในเมืองไทย  ซึ่งสาวกลุ่มนี้มักจะมีปัญหาหน้ามันเยิ้มได้ง่ายโดยเฉพาะเวลาที่โดนแดด  ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดของสาวๆกลุ่มนี้จึงต้องผลิตมาแบบออยฟรีโดยเฉพาะ  สำหรับครีมบำรุงหน้าของสาวผิวมันนั้น  ต้องเลือกให้มีส่วนผสมของน้ำมันให้น้อยที่สุดค่ะ  เพื่อป้องกันการเหนียวเหนอะหนะ  และปัญหาเรื่องสิวอุดตันอีกด้วย

2. ผิวแห้ง
สาวผิวแห้งซึ่งมีความต้องการครีมที่แตกต่างกับสาวผิวมันในทุกๆด้านนั้น  ก็ต้องการครีมที่ตอบสนองในเรื่องความชุ่มชื่นเป็นหลัก  ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนชื้น  แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ของสาวๆในปัจจุบันที่มักจะนั่งอยู่ในห้องแอร์ที่มีอากาศแห้ง  จึงยิ่งทำให้ผิวของสาว ๆ นั้นสูญเสียความชุ่มชื่นได้ง่ายยิ่งขึ้น  ดังนั้น ครีมบำรุงของสาว ๆผิวแห้งจึงจำเป็นต้องมีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ ที่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเฉพาะ  โดยในปัจจุบันยังมีสารไฮยาลูรอนิคที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้เช่นกัน

3. ผิวหมองคล้ำ
ผู้หญิงในบ้านเรามากกว่า 80% มักชื่นชอบการมีผิวขาวใสเป็นชีวิตจิตใจ  ดังนั้น ครีมทาหน้าที่ดีที่สุดของสาวๆกลุ่มนี้จึงต้องมีส่วนผสมพิเศษที่จะสามารถลดเลือนจุดด่างดำและปรับผิวให้ขาวใสได้โดยเฉพาะ  โดยส่วนมากแล้ว  ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะต้องมีคำว่าไวท์เทนนิ่งกำกับอยู่เสมอ  พร้อมกับมีส่วนผสมที่มีสรรพคุณให้ผิวขาว อย่าง วิตามินซี และอาบูติน  เป็นต้น

4. ลดเลือนริ้วรอย
สำหรับผู้หญิงที่มีอายุเกิน 30 เป็นต้นไป  อาจจะต้องเริ่มหันมาสนใจครีมบำรุงผิวหน้าที่จะช่วยลดอายุของผิวหน้าโดยเฉพาะ  โดยผลิตภัณฑ์พวกนี้มักมีคำกำกับว่า แอนตี้เอจจิ้งอยู่เสมอ  ซึ่งหมายถึงความสามารถของครีมลังโคมในการทำผิวให้ดูเด็กลง  ไม่ว่าจะเป็นการลดปัญหาจากริ้วรอย ร่องลึกตามจุดต่างๆของใบหน้า  ลดจุดด่างดำ ฝ้า กระ  รวมทั้งสามารถกระชับรูขุมขน เพื่อให้ผิวดูตึงและอ่อนเยาว์อีกครั้ง  โดยปกติแล้วครีมประเภทนี้มักจะมีส่วนผสมของเรตินอล และสารอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งมักจะเป็นกลุ่มครีมที่มีราคาแพงที่สุด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.lancome.co.th

7


ต้องการสวยเหมือนกัน แต่ผิวไม่เหมือนกัน เชิญพบกับ 4ประเภทของครีมบำรุงผิวหน้าเพื่อผิวที่แตกต่าง
สาว ๆกับเรื่องรักสวยรักงามเป็นของคู่กัน  โดยเฉพาะผิวหน้าเนี่ยเป็นสิ่งที่ละเลยการดูและไม่ได้เลยทีเดียวค่ะ  ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจทีผู้หญิงทุกคนจะต้องมีครีมบำรุงผิวหน้าประจำตัวอยู่เสมอ  แต่ก็ใช่ว่าครีมทาหน้าแบบไหนก็ใช้ได้นะคะ  ทั้งนี้เพราะสภาพผิวที่แตกต่างกัน ความต้องการของผิวจึงแตกต่างกันไปด้วย  โดยผิวแบบไหนจะต้องการครีมบำรุงแบบไหนบ้าง ไปดูกันค่ะ
1. ผิวมัน
สาวผิวมันถือเป็นประเภทผิวที่พบได้มากในเมืองไทย  ซึ่งสาวกลุ่มนี้มักจะมีปัญหาหน้ามันเยิ้มได้ง่ายโดยเฉพาะเวลาที่โดนแดด  ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดของสาวๆกลุ่มนี้จึงต้องผลิตมาแบบออยฟรีโดยเฉพาะ  สำหรับครีมบำรุงหน้าของสาวผิวมันนั้น  ต้องเลือกให้มีส่วนผสมของน้ำมันให้น้อยที่สุดค่ะ  เพื่อป้องกันการเหนียวเหนอะหนะ  และปัญหาเรื่องสิวอุดตันอีกด้วย

2. ผิวแห้ง
สาวผิวแห้งซึ่งมีความต้องการครีมที่แตกต่างกับสาวผิวมันในทุกๆด้านนั้น  ก็ต้องการครีมที่ตอบสนองในเรื่องความชุ่มชื่นเป็นหลัก  ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนชื้น  แต่ด้วยไลฟ์สไตล์ของสาวๆในปัจจุบันที่มักจะนั่งอยู่ในห้องแอร์ที่มีอากาศแห้ง  จึงยิ่งทำให้ผิวของสาว ๆ นั้นสูญเสียความชุ่มชื่นได้ง่ายยิ่งขึ้น  ดังนั้น ครีมบำรุงของสาว ๆผิวแห้งจึงจำเป็นต้องมีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ ที่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเฉพาะ  โดยในปัจจุบันยังมีสารไฮยาลูรอนิคที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นได้เช่นกัน

3. ผิวหมองคล้ำ
ผู้หญิงในบ้านเรามากกว่า 80% มักชื่นชอบการมีผิวขาวใสเป็นชีวิตจิตใจ  ดังนั้น ครีมทาหน้าที่ดีที่สุดของสาวๆกลุ่มนี้จึงต้องมีส่วนผสมพิเศษที่จะสามารถลดเลือนจุดด่างดำและปรับผิวให้ขาวใสได้โดยเฉพาะ  โดยส่วนมากแล้ว  ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จะต้องมีคำว่าไวท์เทนนิ่งกำกับอยู่เสมอ  พร้อมกับมีส่วนผสมที่มีสรรพคุณให้ผิวขาว อย่าง วิตามินซี และอาบูติน  เป็นต้น

4. ลดเลือนริ้วรอย
สำหรับผู้หญิงที่มีอายุเกิน 30 เป็นต้นไป  อาจจะต้องเริ่มหันมาสนใจครีมบำรุงผิวหน้าที่จะช่วยลดอายุของผิวหน้าโดยเฉพาะ  โดยผลิตภัณฑ์พวกนี้มักมีคำกำกับว่า แอนตี้เอจจิ้งอยู่เสมอ  ซึ่งหมายถึงความสามารถของครีมลังโคมในการทำผิวให้ดูเด็กลง  ไม่ว่าจะเป็นการลดปัญหาจากริ้วรอย ร่องลึกตามจุดต่างๆของใบหน้า  ลดจุดด่างดำ ฝ้า กระ  รวมทั้งสามารถกระชับรูขุมขน เพื่อให้ผิวดูตึงและอ่อนเยาว์อีกครั้ง  โดยปกติแล้วครีมประเภทนี้มักจะมีส่วนผสมของเรตินอล และสารอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งมักจะเป็นกลุ่มครีมที่มีราคาแพงที่สุด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.lancome.co.th

8
CUTIS คิวทิส ครีมกันแดดผสมรองพื้น SPF50++ PA++++
ซึมเร็ว
เนื้อบางเบา
ลดริ้วรอย
เพิ่มความชุ่มชื้น
สร้างคอลลาเจน
ลดความมันบนใบหน้า

ขนาดปกติ 15 ml ราคาเพียงแค่ 590 บาท
ขนาดใหญ่ 30 ml ราคา 890 บาท

คิวทิส ช่วยสาวๆ ลดขั้นตอนวุ่นวายในการแต่งหน้า โดยรวมเอาสเต็ปการเตรียมผิวก่อนแต่งหน้า
ครีมรองพื้น ผสม ครีมกันแดดไว้ในขั้นตอนเดียว รวมถึงการบำรุงผิวและให้ความชุ่มชื้นง่ายๆในขั้นตอนเดียว
ช่วยปกปิดรอยดำให้ผิวดูกระจ่างใส เหมาะกับทุกสภาพผิว เนื้อครีมบางเบาไม่เนอะหนะ

Time change
People changes
But my skin is forever
ติดตามเราได้ที่
http://line.me/ti/p/%40ton7631g
หรือ
เฟสบุ๊ค : https://www.facebook.com/lovecutis


ครีมกันแดดผสมรองพื้น คิวทิศ cutis



9


การแต่งหน้าให้ดูสดใส  ดูสุขภาพดี และสวยเด้งได้นั้น  สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือเครื่องสำอางที่ช่วยเติมสีสันให้หน้าอย่าง บลัชออน ค่ะ  ซึ่งการจะแต่งหน้าแบบสีสันให้ดูเป็นธรรมชาติได้นั้น  จำเป็นต้องมีเทคนิคเล็กน้อยในการแต่งค่ะ  ยิ่งหากคุณ ๆคนไหนที่มีกิจกรรมเยอะมากตลอดวัน  รับรองว่าหากนำเทคนิคของเราไปใช้  ต้องหน้าสวยเป๊ะตลอด 24 ช.ม.กันแบบไม่ต้องเปิดกระเป๋าเอาเครื่องสำอางคมาเติมเลยทีเดียว
1.  เลือกสีให้เหมาะกับผิว
การจะใช้ที่ปัดแก้ม เพื่อเติมสีสันให้กับใบหน้านั้น  การเลือกสีให้เข้ากับผิวก็เป็นเรื่องที่สำคัญค่ะ โดยสาวๆที่มีผิวขาวอมชมพูมักจะเข้ากันได้ดีกับสีชมพูอ่อน  ที่จะทำให้แก้มดูระเรื่อ แลดูเป็นผิวสุขภาพดี  ขณะที่คุณ ๆผิวสีแทน หรือผิวสองสีนั้น  จะเหมาะกับสีออกส้มหรือสีพีช  ซึ่งจะช่วยให้หน้าดูสว่างสดใสกว่าการใช้สีชมพูค่ะ

2.  ทาให้ถูกตำแหน่ง
สาวๆบางคนต้องการให้หน้าสดใสมาก ก็สาดสีสันลงบนใบหน้ากันอย่างเต็มที่  ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพท์คงไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ซึ่งวิธีการแต่งหน้าที่ถูกที่ควรนั้น  ต้องลงBlush onอย่างเบามือที่บริเวณโหนกแก้ม ไล่ไปจนถึงสันกรามค่ะ  ซึ่งนอกจากจะทำให้ผิวหน้าดูสว่างดูสดใสแล้ว  ยังทำให้รูปหน้าดูเรียวขึ้น  คล้ายๆกับการใช้ บรอนเซอร์เลยค่ะ

3.  เคล็ดลับแต่งให้อยู่ทน
สำหรับสาวๆที่ต้องการแต่งหน้าให้อยู่ทนอยู่นานตลอดทั้งวันแล้ว  เทคนิคการแต่งหน้าอยู่ที่การเลือกชนิดของบลัชออนค่ะ  ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมาย  ทั้งแบบสติ๊กที่จะช่วยให้ติดทนกับผิวหน้ามากกว่าแบบเดิม  ขณะที่แบบฝุ่นจะช่วยให้หน้าดูส่วยเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ  ซึ่งช่างแต่งหน้ามืออาชีพมักจะใช้แบบสติ๊กเพื่อลงสีสันก่อนที่จะลงแป้ง  จากนั้นจึงใช้สีแบบฝุ่นลงในขึ้นตอนสุดท้ายหลังจากลงแป้งฝุ่นแล้วคะ  จึงไม่น่าแปลกใจที่เหล่าดาราเซเลปจึงมักจะมีหน้าสวยเด้งแม้ต้องทำกิจกรรมหนักแค่ไหนก็ตาม

4. คอนทัวร์หน้าเพิ่มมิติ
สำหรับเคล็ดลับการแต่งหน้าที่เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบันก็คือการไฮไลท์และเฉดดิ้งหน้าให้ใบหน้าของเรานั้นมีรูปทรงที่ต้องการ  และยังทำให้หน้าสวยเด้งดูมีมิติมากขั้นอีกด้วย  โดยแทคติกอย่างนี้มีอุปกรณ์ให้เลือกมากมายค่ะ  ตั้งแต่อุปกรณ์ที่ต้องใช้เทคนิคมาก  ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ง่ายอย่างที่ปัดแล้วก็สามารถนำมาปรับแต่งรูปหน้าได้  แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ต้องมีการเกลี่ยให้เนียนเข้ากับผิวหน้า  ถึงจะออกมาดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดค่ะ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ :  https://www.lancome.co.th

10


4 ข้อควรระวังในการใช้แป้งพัฟ ทาอย่างไรให้สวยเด้ง ไม่วอก ไม่เป็นคราบ
ถ้าจะกล่าวถึงเทคนิคในการแต่งหน้าให้สวยเนียนเด้ง  สาวๆคงจะมีทางเลือกในการแต่งหน้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นแป้งฝุ่น ครีมรองพื้น บีบีครีม ซีซีครีม  แต่ถ้าจะให้พูดถึงเคล็ดลับการแต่งหน้าเนียนที่รวดเร็วและง่ายที่สุด ก็เห็นจะเป็นการใช้แป้งพัฟนี่แหละค่ะ ที่จะช่วยให้หน้าสวยกริ๊บได้ภายในหนึ่งนาที  แต่ก็ใช่ว่าทาอย่างไรก็สวยได้นะคะ  การใช้แป้งชนิดนี้ก็มีเคล็ดลับอยู่เหมือนกัน  โดยเรื่องที่ต้องระวังในการใช้แป้งทาหน้าจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันค่ะ
1.เลือกแป้งให้เหมาะกับตัวเอง
แม้แต่แป้งพัฟก็มีการแบ่งประเภทให้เหมาะกับผิวเช่นเดียวกัน  ฉะนั้น คุณ ๆต้องรู้จักสภาพผิวของตัวเองและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผิวค่ะ  ดังเช่น สาวผิวมันจำเป็นต้องใช้แป้งพัฟคุมมันหรือออยฟรีที่จะช่วยให้หน้าผ่องได้ตลอดทั้งวัน  ในขณะที่สาวผิวแห้งนั้นก็ควรเลือกตลับแป้งชนิดที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์และมีความฉ่ำวาวเพื่อให้หน้าดูชุ่มชื้นและสดใสขึ้นค่ะ

2.เลือกสีให้เหมาะกับตัวเอง
สาวไทยโดยส่วนมากมักนิยมผิวขาวกัน  แต่การเลือกแป้งให้ดูขาวกว่าผิวของตัวเองไม่ใช้ทางเลือกที่ดีค่ะ  ก็เพราะว่าแทนที่จะดูขาวใสจะดูหน้าวอกหน้าลอยแทน  เคล็ดลับในการแต่งหน้าที่ดีนั้น ต้องเลือกแป้งหรือรองพื้นให้ตรงกับสีผิวของตัวเอง หรือหากใครอยากดูสว่างก็อนุญาตให้ขาวกว่าสีผิวได้แค่ 1 สเตปเท่านั้นค่ะ

3.อย่าลงแป้งให้หนาเกินไป
หลาย ๆ คนมักจะเข้าใจผิดว่า ยิ่งลงแป้งมาก หน้ายิ่งเนียนกริ๊บ ซึ่งความเป็นจริงแล้วผลิตภัณฑ์แป้งผสมรองพื้นแบรนด์ดีๆนั้น  ลงเพียงแค่บางๆก็สามารถปกปิดจุดด่างดำ และริ้วรอยต่างๆได้แล้วค่ะ  ยิ่งไปกว่านี้ หากลงแป้งหนาเกินไปจะการเป็นร่องลึกระหว่างวัน  แทนที่จะดูหน้าเด็ก กลับยิ่งเน้นริ้วรอยให้หน้าดูแก่แทน

4.ลงแป้งอย่างถูกต้อง
วิธีการลงแป้งพัฟผสมรองพื้นไม่ให้เป็นครบนั้น  ต้องใช้พัฟค่อยๆกดลงบนผิวหน้าอย่างเบามือค่ะ  ไม่ควรใช้วิธีลากพัฟไปมาบนผิวหน้าโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะไม่ได้หน้าสวยเนียนกริ๊บแล้ว ยังได้หน้าที่เป็นคราบกลับมาอีกด้วย  โดยนอกจากจะลงแป้งพัฟอย่างบางๆให้ทั่วใบหน้าแล้ว ยังควรไล่ลงมาให้ถึงบริเวณคอ เพื่อให้ดูสวยเนียนหน้าไม่ลอยด้วยค่ะ
สำหรับเทคนิคการแต่งหน้านอกจากต้องระวังเรื่องแป้งแล้ว ควรระวังไม่ให้ครีมบำรุงหรือครีมกันแดดที่ใช้มีความมันมากเกินไป เพราะอาจทำให้รองพื้นหลุดลอกได้ง่ายค่ะ
เลือกซื้อแป้งพัฟที่ดีที่สุดสำหรับคุณๆ ได้ที่เว็บ https://www.lancome.co.th

11


3 ขั้นตอน ง่าย ๆ ในการเปลี่ยนคิ้วให้สวยเป๊ะได้ในเวลาแค่ 1นาที
คิ้วนับว่าเป็นมงกุฎของหน้า  ฉะนั้น หลักในการแต่งหน้าที่ดี ต้องเริ่มต้นที่คิ้วเป็นอันดับแรกค่ะ  สังเกตุได้จากในวันที่รีบเร่งและไม่มีเวลาในการประณีตแต่งหน้ามากนัก  เพียงแค่มีคิ้วที่สวยเป๊ะก็สามารถช่วยชีวิตของสาวๆได้แล้ว  ยิ่งไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันของหญิงสาวในยุค 4G ที่เต็มไปด้วยความรียเร่งเช่นนี้ การแต่งหน้าก็ต้องทำให้เร็วที่สุดเช่นเดียวกัน  โดยเทคนิคการแต่งคิ้วให้สวยเป๊ะนั้น ใช้เวลาเพียงไม่เกิน 1 นาที  และยังใช้อุปกรณ์ง่ายๆเพียงแค่ดินสอเขียนคิ้ว หรือ ดินสอเขียนคิ้วกันน้ำเพียงแท่งเดียวก็สวยปัง ๆได้แล้วล่ะค่ะ
1. กันคิ้วให้สวยเสมอ
การจะเขียนคิ้วให้สวยได้ง่ายๆ จำเป็นจะต้องมีรูปคิ้วที่สวยก่อนค่ะ  แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้มากันคิ้วในเวลาที่เรานั้นเร่งรีบนะคะ ทั้งนี้เพราะนั่นอาจทำให้เกิดอันตรายได้  แถมยังมีสิทธิ์คิ้วแหว่งอีกด้วย  สาวๆควรมีวินัยในการกันคิ้วอย่างสม่ำเสมิทุกๆสัปดาห์ในช่วงวันหยุดที่มีเวลาว่างค่ะ  ก็เพราะว่าทำเพียงแค่ 1 ครั้งก็อยู่ได้เป็นอาทิตย์เลยทีเดียว

2. วาดโครงคิ้ว
ในการเขียนคิ้วแต่ละครั้ง  ให้ใช้ดินสอเขียนคิ้ววาดโครงคิ้วในรูปแบบที่ต้องการก่อนค่ะ  โดยปัจจุบันคิ้วที่เป็นที่นิยมนั้น มักจะเป็นคิ้วรูปตรง ที่จะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเด็กมากกว่าคิ้วที่เรียวและโก่ง ซึ่งเทคนิคในการเขียนคิ้วตรงสไตล์เกาหลี ก็คือการวาดท้องคิ้วให้เป็นเส้นตรง  จากนั้นค่อยๆวาดส่วนบนของคิ้วตามแนวของด้านล่าง แล้วค่อยโค้งลงไปจรดกันที่ช่วงหางคิ้วค่ะ

3. การไล่เฉดสี
เมื่อได้โครงคิ้วในสไตล์ที่ต้องการแล้ว  ก็ถึงช่วงเวลาของการลงสีค่ะ  โดยปัจจุบันมีที่เขียนคิ้วให้เลือกหลากหลายแบบหลายสไตล์  เพื่อการเขียนคิ้วให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น  แต่หากใครที่มีเทคนิคในการลงสี จะใช้แบบดินสอก็ให้ผลไม่ต่างกันค่ะ  ซึ่งการจะเขียนคิ้วให้ดูอ่อนวัย ทันสมัยเหมือนที่กำลังนิยมกันในปัจจุบันนั้น  ต้องลงสีคิ้วให้ดูฟุ้งๆ    โดยลงสีอ่อนก่อนเลยที่หัวคิ้วและค่อยๆไล่ให้เข้มขึ้นไปจนถึงช่วงหางคิ้วค่ะ  ซึ่งหากท่านใดต้องการให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น  อาจซื้อดินสอเขียนคิ้วเป็น 3 เฉด  จากนั้นใช้ที่แปรงคิ้วค่อยๆเบลนด์สีให้เข้ากัน  รับรองว่าคิ้วของเพื่อน ๆ จะออกมาเป๊ะในเวลาแค่ 1 นาทีแน่นอนค่ะ

นอกเหนือไปจากเคล็ดลับที่กล่าวมาแล้ว การจะมีคิ้วสวยได้ ต้องอาศัยการฝึกฝน ยิ่งเขียนบ่อยจะยิ่งเขียนได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น  โดยรับรองว่า อีกหน่อยจะยิ่งลดเวลาในการเขียนเหลือเพียงแค่ 30 วินาทีก็สามารถมีคิ้วสวยเป๊ะได้แล้วค่ะ

สั่งซื้อสินค้าได้ที่
Website : https://www.lancome.co.th

12


สำหรับ นิทานอีสป เป็นหนังสือเด็กอีกประเภทหนึ่ง ที่น้องๆหลาย ๆ คนโปรดปรานเป็นอย่างมาก  ทั้งนี้เพราะให้ทั้งความรู้ และความสนุกสนาน รวมไปถึงคติ สอนใจอีกด้วย ซึ่ง นิทานอีสป เป็นการเล่าเรื่องที่ใช้ตัวละครเป็นหลักไม่ว่าจะเป็น มนุษย์หรือสัตว์หลากหลายชนิด ตามจินตนาการของผู้แต่งก็แล้วแต่ว่าจะสร้างสรรค์แต่ละตัวละครนั้นๆ ให้อยู่ในรูปแบบใด อย่างไรก็ตามต้องมีเนื้อหาที่สนุกและน่าอ่าน เนื่องด้วยเป็นนิทานที่จัดทำขึ้นเพื่อเด็กๆโดยเฉพาะ แต่ก็สามารถอ่านได้กันทุกเพศทุกวัย
ทั้งนี้นิทานอีสป หากจะให้กล่าวถึงตัวละครเมื่อสังเกตแล้ว จะพบว่ามีการกำหนดบุคลิกของแต่ละตัวละคร ให้มีนิสัยที่โดดเด่นและแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น สุนัขจิ้งจอก  ที่มีนิสัยและเป็นสัญลักษณ์ของความเจ้าเล่ห์และฉ้อฉล  , นกพิราบ มีนิสัยและสัญลักษณ์ของความซื่อตรงและรักสันติ , งู  ลักษณะนิสัยและสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความหลอกหลวงและไม่ซื่อตรง ส่วนกระต่าย ก็มักจะเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความขี้ขลาด  เป็นต้น หากว่าใครที่อ่านหนังสือเด็ก อยู่สม่ำเสมอก็คงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ว่านิทานลักษณะนี้จะมีจุดเด่นด้วยการนำตัวละครที่เป็นสัตว์แต่ละชนิด มาดำเนินเรื่องราว โดยที่มีนิสัยตามดังที่เราได้บอกกล่าวไป   นอกจากนี้แล้วการนำสัตว์มาเปรียบเทียบกับลักษณะรวมไปถึงพฤติกรรมต่างๆ นอกจากในนิทานแล้ว เรายังสามารถพบเจอสิ่งนี้ได้ในชีวิตประจำวันของตนเอง ไม่ว่าจะเป็น คำกล่าวที่ว่า โง่เหมือนควาย ,ซนเหมือนลิง,ช้าเหมือนเต่า เป็นต้น
จึงจะเห็นจัดได้ว่านิทานอีสป เป็นหนังสือเด็ก ที่สามารถสร้างความรื่นเริงให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี ที่มักจะมีในรูปแบบของหนังสือเล่ม ซึ่งสามารถพกพาได้สะดวกอย่างมาก นำไปอ่านได้ในช่วงที่มีเวลาว่างหรือว่าต้องการอ่าน เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยปลูกฝังและสร้างนิสัยรักการอ่านให้กับเด็กๆได้มากยิ่งขึ้น  ซึ่งการที่เราปลูกฝังให้เด็กได้อ่านหนังสือซึ่งมีความเหมาะสมกับวัยของเด็ก จะช่วยส่งเสริมให้มีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ดีมากขึ้น รวมไปถึงการมีสติปัญญาและความเฉลียวฉลาดและยังได้ทั้งความเพลิดเพลินเพิ่มมาอีกด้วย
รู้อย่างนี้แล้วจะเห็นได้ว่า นิทานอีสป เป็นหนังสืออีกหนึ่งประเภทที่มีความน่าสนใจจริงๆ  โดยผู้ปกครองควรเลือกสรรสิ่งดีๆอย่างนี้ให้กับลูก ๆ หลาน ๆคนที่คุณรัก ทั้งนี้สามารถเลือกซื้อเลือกหาได้จากแหล่งที่จัดจำหน่าย อย่างเช่น ร้านหนังสือนายอินทร์ ที่การันตีเลยว่าจะมีหนังสือสำหรับเด็กมากมายไว้ให้คุณ ๆได้เลือกอ่าน เพื่อมอบเป็นของขวัญสุดพิเศษให้กับเด็กๆ ถือว่าเป็นสิ่งดีๆที่ร้านหนังสือนายอินทร์ภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

ชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Website : https://www.naiin.com/category?category_1_code=19&categoryLv2Code=31&product_type_id=1

13
หนังสือ / ความสำคัญของการทำเกษตรกรรม
« เมื่อ: กันยายน 10, 2018, 06:28:42 PM »


การทำเกษตรกรรม นับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ประชาชนชาวไทยส่วนหนึ่งยึดถือเป็นอาชีพ ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวอย่างพอเพียง  ทั้งนี้เกษตรกรรม หรือเรียกอีกชื่อนึงว่าการเกษตร หมายถึงการเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ  รวมถึงการเลี้ยงสัตว์และการประมง  โดยจะต้องอาศัยทั้งความรู้และประสบการณ์เพื่อให้พืชและสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น สามารถเจริญเติบโตได้อย่างดี ตามสิ่งที่ได้วางแผนแล้วล่วงหน้าและนำไปปฏิบัติ  ซึ่งการทำเกษตรกรรม มีความสำคัญและสิ่งที่น่าสนอกสนใจอย่างอื่นอีกมากมาย ว่าแต่จะมีอะไรบ้างนั้นเราไปดูข้อมูลกันเลยดีกว่า
ความสำคัญ
เกษตรกรรม ไม่เพียงแต่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในยุคนี้เท่านั้น  แต่ยังมีความสำคัญมาตั้งแต่การดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคดึกดำบรรพ์ ทั้งนี้ปัจจัยสี่ที่สำคัญในชีวิตของมนุษย์มีอยู่ 4 อย่างด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรคและที่อยู่อาศัย  สำหรับเกษตรกรรมมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยสี่ในแง่ของ การเก็บผลผลิตทางการเกษตรเพื่อนำมาประกอบอาหาร  อันจะสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ร่างกายของเราเอง และนอกจากนี้แล้วบางส่วนของพืชและสัตว์ยังสามารถทำไปทำเป็นสิ่งของต่างๆ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น เครื่องนุ่งห่ม  ที่พักอาศัย ยารักษาโรค เป็นต้น  ถ้าหากว่าท่านใดสนใจอยากจะศึกษาการทำเกษตร ก็สามารถศึกษาได้เลยจากสื่อรอบตัว เช่น หนังสือจากสำนักพิมพ์บ้านและสวน  รวมไปถึงหนังสือประเภทอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการทำเกษตร

ประโยชน์ของการทำเกษตร
การทำเกษตรกรรม  จะช่วยให้ชีวิตของมนุษย์อยู่รอดได้อย่างมีคุณภาพ  ด้วยการปลูกผักและเลี้ยงสัตว์เอง เพื่อการดำรงชีวิตที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาวัตถุภายนอกอย่างอื่น เนื่องจากสิ่งนี้สามารถทำขึ้นเองได้จากสิ่งแวดล้อมจากธรรมชาติล้วนๆ
สามารถทำเป็นทั้งอาชีพหลักหรืออาชีพเสริมได้  จะเห็นได้ว่ามีเกษตรกรหลายคนจำนวนไม่น้อย ที่สามารถสร้างรายได้จากการทำเกษตรกรรม ให้กับตนเองอย่างงดงาม และสามารถกินอยู่ใช้ชีวิตได้อย่างพอเพียง  ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีวันอดตายอย่างแน่นอน

การทำเกษตร ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้ที่สนอกสนใจได้ไม่ยากเย็น  เพื่อให้ผู้ที่ให้ความสนใจสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง  ประเทศชาติรวมไปถึงระบบเศรษฐกิจอีกด้วย
การทำเกษตรสำหรับผู้คนในยุคปัจจุบันนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอย่างที่ใครหลาย ๆ คนคิด หากท่านสนใจแล้วละก็สามารถศึกษาได้ทั้งจากผู้ที่มีประสบการณ์ หรือว่าจะเป็นการหาข้อมูลจากหนังสือต่างๆ อาทิเช่น สำนักพิมพ์บ้านและสวน ที่มีจำหน่ายใน ร้านหนังสือนายอินทร์  บอกได้เลยว่ามีเนื้อหาที่ครบถ้วน สมบูรณ์และสามารถนำไปใช้ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีได้ไม่ยาก จัดว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Website : https://www.naiin.com/category?category_1_code=6&product_type_id=1

14


การอ่านหนังสือเตรียมสอบ  ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนต่างเคร่งเครียดเป็นอย่างมากเลยล่ะ ต้องใช้สมาธิ ความพยายาม รวมถึงความรู้ที่มีอยู่ อ่านหนังสือสอบเพื่อให้การสอบผ่านพ้นไปได้ด้วยดี กระนั้นก็ตามต้องยอมรับว่าในบางทีอาจจะเกิดปัญหาอ่านแล้วไม่เข้าใจ อ่านหนังสือได้ช้า หรือจำเนื้อหาไม่ค่อยได้สักเท่าไหร่นัก แต่ก็อย่ากังวลใจไปเพราะว่าวันนี้เรามีเทคนิคการอ่านหนังสือเตรียมสอบ ให้มีประสิทธิภาพมาฝากกัน
อ่านบทสรุป
หลาย ๆ ท่านอาจจะคิดว่าหากอ่านหนังสือสอบ เพื่อเตรียมเอ็นทรานซ์  ต้องอ่านเนื้อหาที่เกริ่นมาตั้งแต่หน้าแรกก่อน  ซึ่งจริง ๆ แล้วก็เป็นวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง แต่จะดีกว่าไหมหากว่าเราควรจะมองภาพรวมให้ออกด้วยการอ่านบทสรุปเนื้อหานั้นๆเสียก่อน ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจเนื้อหาต่างๆได้อย่างดี เป็นการปูทางไปสู่การอ่านรายละเอียดปลีกย่อยอีกทีนั่นเอง

ใช้ปากกาไฮไลท์
การใช้ปากกาไฮไลท์ในหนังสือเตรียมสอบ ไม่ว่าจะเป็นการสอบเอ็นทรานซ์  การสอบแต่ละวิชาต่างๆ เป็นต้น นับว่าเป็นไอเดียที่เข้าท่าอย่างมากเลยล่ะ ให้คุณนำปากกาสีสันต่างๆมาไฮไลท์ข้อความบนหนังสือของตนเอง โดยเลือกเฉพาะจุดที่สำคัญๆ ซึ่งจะช่วยทำให้เราสามารถสรุปใจความของเรื่องนั้นให้เข้าใจได้ง่าย และนอกจากนี้แล้วยังทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้เร็ว และก็ช่วยให้เราสามารถจดจำได้อย่างแม่นยำอีกด้วยนะ

อ่านแล้วทำความเข้าใจไปด้วย
หนังสือดีๆเราสามารถเลือกซื้อได้ตามร้านค้าคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น ร้านหนังสือนายอินทร์  อย่างไรก็ตามแม้มีหนังสือดีแล้ว เราก็ควรจะใช้สิ่งนี้ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการอ่านแล้วทำความเข้าใจตามไปด้วย ให้อ่านแล้วนำมาสรุปเป็นบทความย่อ หรือว่าจะเขียนเป็นแผนผัง My mapping ก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย  ไม่ใช่การอ่านเพื่อท่องจำ เพราะว่าการอ่านโดยที่ท่องจำเพียงอย่างเดียว แม้ว่าจะทำให้คุณสอบผ่านก็จริงในบางครั้ง แต่ทว่าอาจไม่ได้รับความรู้เข้าไป จัดว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างมาก

ควรเลือกหนังสือที่มีเฉลยคำตอบด้วย
หนังสือเตรียมสอบสำหรับการเอ็นทรานซ์ที่มีจัดจำหน่ายใน ร้านหนังสือนายอินทร์  มักจะมีให้เลือกหลากหลายเป็นอย่างมากเลย  ฉนั้นคุณควรจะเลือกหนังสือสอบที่มีเฉลยคำตอบอยู่ท้ายบทด้วย เนื่องจากการฝึกฝนทำโจทย์บางข้อ เราเองนั้นอาจจะไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่นัก ดังนั้นแล้วการที่ได้มาย้อนดูคำเฉลยพร้อมกับการอธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงควรตอบแบบนี้  จึงเป็นอีกหนึ่งทางลัดที่ทำให้สามารถเข้าใจกลยุทธ์และเนื้อหาการสอบได้อย่างรวดเร็ว
ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้กันดู  ที่จะช่วยทำให้การอ่านหนังสือสอบของเพื่อน ๆมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.naiin.com/category?category_1_code=17&categoryLv2Code=11&product_type_id=1

15


การอ่าน ถือว่าเป็นทักษะอีกอย่างนึงที่จำเป็นต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ และไม่มีวันสิ้นสุดอย่างแน่นอน เนื่องจากเราสามารถฝึกอ่านได้เรื่อยๆตามประสบการณ์และอายุที่มากขึ้น  ซึ่งการอ่านนั้นเราสามารถเลือกอ่านเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองสนใจได้ ไม่ว่าจะเป็น การอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือเรียน  สารคดี วารสาร หนังสือพิมพ์  รวมไปถึงหนังสือจำพวกนิยายรัก  ซึ่งนิยายรัก ถือได้ว่าเป็นหนังสือที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลย  ก็เพราะว่าให้ทั้งความเพลิดเพลินและความสนุกสนาน เรียกได้ว่าใครที่ชื่นชอบเรื่องรัก ๆ ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว
สำหรับหนังสือประเภท นิยายรัก จัดได้ว่าเป็นการอ่านเพื่อความบันเทิงโดยเฉพาะ ด้วยเนื้อหาที่มีตัวละครหลักนั่นก็คือพระเอกและนางเอก  ดำเนินเรื่องเกี่ยวกับการสานสัมพันธ์ความรักสุดแสนจะโรแมนติก โดยผู้เขียนจะใช้จินตนาการรวมถึงประสบการณ์ที่ตนเองได้พบ ได้เจอ นำมาถ่ายทอดให้อยู่ในรูปแบบของนิยายเนื้อหาโรแมนติก ซึ่งคนเขียนแต่ละคนต่างมีรูปแบบการเขียนที่แตกต่างกันออกไป ก็แล้วแต่ว่าผู้อ่านจะถูกใจแบบไหน ซึ่งแรกเริ่มนั้นการอ่านนิยายรัก มักจะอยู่ในรูปแบบของหนังสือเป็นเล่ม แต่สำหรับยุคปัจจุบันนี้ที่อินเตอร์เน็ต เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเกือบจะทุกเพศทุกวัยมากขึ้น จึงจะเห็นได้ ไม่ว่าจะเป็น หนังสือเรียน  วารสาร  หนังสือพิมพ์  รวมไปถึง นิยายรัก มักจะถูกถอดแบบมาให้อยู่ในรูปแบบออนไลน์ ที่เรานั้นสามารถหาอ่านได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือแท็ปเลตก็ตาม โดยที่ไม่ต้องแบกหนังสือหนักๆแต่อย่างใดเลย
ดังนี้จึงทำให้การซื้อนิยายออนไลน์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก  ที่จะสร้างความสะดวกให้แก่ผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง  ซึ่งการซื้อนิยายออนไลน์  มีตัวเลือกให้เราเยอะมากบนเว็บไซต์ที่จำหน่าย ที่จัดเป็นหมวดหมู่  มีการแสดงราคาจัดจำหน่ายอย่างชัดเจน พร้อมกับเรื่องย่อคร่าวๆ รวมไปถึงเกี่ยวกับผู้เขียน ที่จะทำให้ผู้ซื้อได้รู้จักสิ่งที่เกี่ยวข้องกับนิยายเล่มนั้นๆได้มากยิ่งขึ้น จะว่าไปแล้วช่วยประหยัดเวลามากกว่าการไปเลือกซื้อเลือกหาด้วยตนเองที่ร้านหนังสือเสียอีก  ที่มักจะต้องยืนเลือกนานจนทำให้หลายท่านเกิดความเหนื่อยล้าและเพลีย  และทำให้เสียเวลาอย่างมาก
ฉะนั้นแล้วการเลือกซื้อเลือกหานิยายออนไลน์ บนเว็บไซต์ที่จัดจำหน่าย ตัวอย่างเช่นร้านหนังสือนายอินทร์  ที่มีทั้งหน้าร้านและรวมไปถึงการจำหน่ายนิยายบนเว็บไซต์จึงถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้คนในยุคนี้เป็นอย่างมาก ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว  แม้จะไม่ค่อยมีเวลาไปที่ร้านหนังสือแต่ก็สามารถมาเลือก ซื้อนิยายออนไลน์  ที่ร้านหนังสือนายอินทร์ ซึ่งนิยายออนไลน์เหล่านี้ ก็สามารถให้ความสนุกสนานได้ไม่แพ้จากการอ่านหนังสือแบบดั้งเดิมเลย นอกจากนี้แล้วมักจะมีราคาจัดจำหน่ายถูกกว่านิยายเป็นเล่ม เนื่องจากมีต้นทุนการจัดทำที่ถูกกว่านั่นเอง จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่การอ่านนิยายออนไลน์จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
แวะชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.naiin.com/category?category_1_code=2&categoryLv2Code=6&product_type_id=1

หน้า: [1] 2 3 ... 9