ผู้เขียน หัวข้อ: เทคนิคถ่ายภาพท้องฟ้าให้ดูสวย  (อ่าน 28 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สิงหาคม 26, 2017, 09:21:27 PM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • ดูรายละเอียด

หลายคนอาจจะเคยเจอปัญหาอยากถ่ายท้องฟ้าสวยๆ แต่พอกดชัตเตอร์ทีไรภาพท้องฟ้าที่ได้ก็ดูไร้สีสัน ไม่สดใสเอาซะเลย ความจริงแล้วเทคนิคการถ่ายภาพมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เอาซะเลย แต่ก็ไม้ได้ยากเกินกว่าจะเรียนรู้ได้ วันนี้เราเลยนำเอาทริคเล็กน้อยที่จะช่วยพัฒนาการถ่ายภาพท้องฟ้าของคุณให้ดีขึ้นมาฝากค่ะ

1. จัดองค์ประกอบให้ดี ในที่นี้หมายถึงคุณควรคิดให้ดีว่าคุณอยากถ่ายอะไรกันแน่ ภูเขา ลำธาร ต้นไม้ หรืออะไร จะได้โฟกัสกล้องถูกจุด ให้รูปมีความโดดเด่น ไม่ใช่ถ่ายมั่วๆ ไปเรื่อย แบบนั้นรูปจะดูเวิ้งว้าง ไม่มีชีวิตชีวา นอกจากนี้เรื่องแสงก็สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูเขา ซึ่งทิศทางของแดดอาจจะเบี้ยวไปบ้าง และจะถูกบดบังจากยอดเขา ฉะนั้นคุณก็ต้องเลือกมุมให้ดีก่อนค่ะ
2. สภาพอากาศ ในการถ่ายภาพท้องฟ้า สภาพอากาศเป็นสิ่งสำคัญมาก หากเป็นช่วงหน้าฝนจะมีโอกาสน้อยมากที่จะถ่ายท้องฟ้าให้มีสีสันสวยงามได้ เนื่องจากในช่วงหน้าฝนท้องฟ้ามักจะมืดครึ้ม และมีเมฆมาก ทำให้ภาพถ่ายท้องฟ้าที่ได้มักออกมาเป็นสีขาวโพลนไปซะหมด ดังนั้น สภาพอากาศจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงในการถ่ายภาพ
3. ทิศทางของแสง หากสภาพอากาศเป็นใจ ท้องฟ้าสดใส มีเมฆไม่มาก หรือไม่น้อยจนเกินไป การดูทิศทางของแสงจึงเป็นขั้นตอนต่อไป เคยไหมคะ? แดดจ้า ท้องฟ้าสดใส แต่ก็ยังถ่ายท้องฟ้าออกมาเป็นสีขาวอยู่ดี ปัญหานี้เกิดจากทิศทางของแสง ซึ่งการถ่ายท้องฟ้าโดยถ่ายไปทางทิศที่ดวงอาทิตย์อยู่ แสงของดวงอาทิตย์ที่สว่างจะทำให้ท้องฟ้าเป็นสีขาวนั่นเอง ทางแก้ก็คือให้หันหลังกลับไปแล้วถ่ายไปยังทิศตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ ก็จะได้ท้องฟ้าที่มีสีฟ้า สีน้ำเงิน สดใสสวยงาม
4. เปลี่ยนไปถ่ายหลายๆ มุมบ้าง อย่ามัวแต่ถ่ายมุมเดียวซ้ำๆ ลองหามุมอื่นถ่ายบ้าง เพราะในท้องฟ้ายังมีอะไรสวยงามอีกเยอะ คุณจะได้มีรูปสวยงามหลากหลายมุม ดูไม่น่าเบื่อ ไม่จำเจ
5. ช่วงเวลา ในแต่ละช่วงเวลาของวันหนึ่ง ท้องฟ้าจะมีสีสันที่แตกต่างกัน โดยช่วงเวลากลางวัน ในขณะที่แดดจัด สีของท้องฟ้าจะเป็นสีฟ้าน้ำเงินเข้ม และช่วงเวลาที่เป็นที่นิยมกันมากที่สุดก็คือ ช่วงเวลา Twilight ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น หรือหลังจากดวงอาทิตย์ตกไปแล้ว ประมาณ 10-15 นาที โดยแสงของท้องฟ้าจะเป็นสีเหลือง ส้ม หรือแดงตัดกับแสงสีน้ำเงิน และบางทีอาจจะเป็นสีม่วง ถือเป็นช่วงนาทีทองในการถ่ายภาพท้องฟ้ากันเลยทีเดียว ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในตอนเที่ยงหรือบ่าย เพราะจะทำให้ Polarization Effect หายหมด และสีของท้องฟ้าจะเสียไปเลย
6. แสงสุดท้าย เมื่อดวงอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ท้องฟ้ามีทั้งส่วนมืดและส่วนสลัว ซึ่งมีสีส้มและแดงเป็นส่วนใหญ่ ในช่วงนี้ให้ใช้ขาตั้งกล้อง วัดแสงตามปกติแล้วถ่าย ถ้ามีต้นไม้หรือคนเป็นฉากหน้า ก็ใช้แฟลชช่วย อย่าลืม Compensate แฟลชลง 1-2 stop เพื่อความเป็นธรรมชาติ
7.ถ่ายช่วงทไวไลท์ คือ ช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตก หรือก่อนพระอาทิตย์ขึ้นซักพักหนึ่ง ประมาณ 15-20 นาที หลังจากพระอาทิตย์ตกนั่นเอง ในช่วงเวลาดังกล่าวสมดุลระหว่างแสงบนท้องฟ้า และแสงไฟในเมืองจะพอดี ทำให้เป็นช่วงที่ถ่ายได้สีสันสวยงามมากที่สุดของวัน ซึ่งช่วงดีที่สุดของทไวไลท์นั้นก็ขึ้นอยู่กับความสว่างของเมืองด้วย ฉะนั้นถ้าอยากถ่ายไฟเมืองแบบสวยๆ ก็ให้รอหลังพระอาทิตย์ตกดูค่ะ รับรองว่าได้ภาพน่าประทับใจแน่นอน
เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับเทคนิคการถ่ายภาพท้องฟ้า นี่เป็นเพียงเทคนิคง่ายๆ ที่ช่วยให้ภาพท้องฟ้าของคุณดูสดใสสวยงามมากขึ้น หวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆ คนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ และที่สำคัญอย่าหยุดที่จะเรียนรู้ และฝึกฝนการถ่ายภาพด้วยนะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลย^^