ผู้เขียน หัวข้อ: การเลือกใช้ชั้นวางของให้เหมาะสมกับการจัดบ้าน  (อ่าน 16 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

พฤศจิกายน 10, 2018, 03:08:12 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6146
    • ดูรายละเอียด

ชั้นสำหรับเพื่อวางของ คือเครื่องเรือนที่ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับในการเก็บของได้เป็นอย่างมากชั้นวางของที่มีการผลิตออกมาวางจำหน่ายในขณะนี้ มีอยู่นานาประการแบบอย่างไม่ว่าจะเป็นชั้นแบบทึบมีฝาปิด ชั้นแบบทึบไม่มีฝาปิด ไปจนกระทั่งชั้นแบบโปร่ง ในส่วนของขนาดก็มีอยู่มากมายทั้งขนาดเล็ก ขนาดกึ่งกลาง แล้วก็ขนาดใหญ่ มีเจ้าของบ้านจำนวนมากที่คิดว่าซื้อชั้นสำหรับวางของแบบไหนไปใช้ก็ได้ ไม่ต่างกันมากสักเท่าไรนัก ต้องการจะบอกว่าโน่นเป็นความคิดที่ผิดจำต้องสักเยอะแค่ไหน เนื่องจากว่าแม้ว่าชั้นวางของทุกใบจะสามารถใช้วางของได้หมด แต่ว่าด้วยการออกแบบของมันทำให้ในบางครั้งแม้เราเลือกใช้อย่างไม่เหมาะสม จะทำให้การจัดข้าวของทำเป็นไม่ราบรื่นนัก กำเนิดปัญหาเอาของเข้าจัดได้ไม่หมด หรือจัดของได้แต่ของที่วางอยู่ชอบตกลงมาที่พื้น จำเป็นต้องคอยเก็บขึ้นบ่อยๆยิ่งถ้าเป็นข้าวของที่เสียเสียหายง่ายอย่างแก้ว ขวดโหล แม้ตกลงมาแตกก็พอๆกับเสียไปเลย ไม่สามารถที่จะเก็บขึ้นมาซ่อมแซมได้อีก นอกจากนี้ แม้พวกเราเลือกใช้ชั้นสำหรับเพื่อวางของที่ไม่เข้ากับข้าวของที่พวกเราจะจัด ย่อมส่งผลให้ของไม่เรียบร้อย มองรกรุงรัง และอาจกลายเป็นที่อยู่ของสัตว์อันไม่ปรารถนาทั้งหลายได้ เพราะฉะนั้น การจะจัดข้าวของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย มองงดงามอย่างแท้จริง พวกเราจึงจำต้องเลือกชั้นวางของให้ถูกลักษณะสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้
1. ชั้นวางของแบบโปร่ง ไม่มีผนังกัน ชั้นวางลักษณะนี้มีแบบเป็น ไม่มีฝาผนังกัน มีเพียงแค่ส่วนโครง แล้วก็ส่วนพื้นของชั้นแต่ละชั้นเพียงแค่นั้น ด้วยความที่ไม่มีผนังกัน ทำให้โอกาสที่ข้าวของจะตกลงมาด้านข้างล่างมีสูง โดยเฉพาะสิ่งของที่วางไว้อย่างหมิ่นๆเหมาะสำหรับใช้วางสิ่งของที่ได้โอกาสเสียหายได้น้อย สามารถใช้แบ่งประเภทข้าวของที่มีจำนวนไม่มากเท่าไรนักได้
2. ชั้นวางของแบบโปร่ง มีฝาผนังกั้น ชั้นดีไซน์นี้จะมีลักษณะคล้ายกับชั้นแบบแรก ต่างกันเพียงแค่ชั้นอย่างนี้จะมีการทำองค์ประกอบผังสำหรับกันโดยรอบพื้นชั้นโดยผนังนี้อาจมีความสูงจากพื้นชั้นขึ้นมาเพียงนิดหน่อย หรือบางทีอาจสูงมากขึ้นมาจนเกือบชั้นวางด้านบนก็ได้ชั้นสำหรับเพื่อวางของรูปแบบนี้มีข้อดีเป็นระบายอากาศได้ดี สามารถป้องกันข้าวของได้ระดับหนึ่ง ถ้าหากของบนชั้นจะร่วงลงมาก็จะติดกับผนังที่กันอยู่ แต่ด้วยฝาผนังที่ทำขึ้นมาไม่มากมาย อาจไม่อาจจะป้องกันสิ่งของชิ้นเล็กๆหรือสิ่งของที่มีน้ำหนักค่อยได้ เหมาะกับวางข้าวของที่มีน้ำหนักมากมาย แล้วก็อยากได้การปกป้องในระดับหนึ่ง ตัวอย่างเช่น จานชาม ถ้วย โถต่างๆรวมถึงเครื่องครัวอื่นๆด้วย
3. ชั้นวางของแบบทึบ ไม่มีฝาปิด ชั้นวางลักษณะนี้จะเพิ่มรายละเอียดขึ้นมาสักนิดสักหน่อยหมายถึงมีการใช้อุปกรณ์ปิดทึบดังเช่นว่าไม้อัด พลาสวูด พลาสติก หรือไม้จริง มาปิดข้างๆและก็ด้านหลังของชั้นจนถึงทึบ เหือช่องว่างสำหรับนำข้าวของเข้าเฉพาะข้างหน้าแค่นั้น ชั้นสำหรับเพื่อวางของลักษณะนี้มีลักษณะเด่นคือสามารถคุ้มครองปกป้องข้าวของได้ดิบได้ดีก่าชั้นแบบโปร่ง ไม่มีปัญหาของตกไปอยู่ข้างหลังชั้น แต่ว่าข้อตำหนิของชั้นลักษณะนี้คือ ระบายอากาศได้ไม่มาก เหมาะกับใช้เก็บสิ่งของต่างๆที่จับใช้บ่อยครั้ง และไม่อยากให้สัมผัสกับความชื้น อย่างเช่น เครื่องปรุงชนิดต่างๆข้าวของเครื่องใช้พวกน้ำยาที่เอาไว้สำหรับล้างจานผงซักผ้า ที่พึ่งพิงซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต
4. ชั้นวางของแบบทึบ มีฝาปิด ชั้นวางของลักษณะนี้จะละม้ายกับชั้นแบบที่ 3 แม้กระนั้นมีการเพิ่มฝาสำหรับปิดชั้นด้วย ข้อดีของชั้นวางของรูปแบบนี้ก็คือ มีความมิดชิดสูง สามารถคุ้มครองป้องกันข้าวของจากความชุ่มชื้นและก็มลพิษต่างๆได้เกือบ 100% ทั้งยังคุ้มครองป้องกันไม่ให้สิ่งของตกจากชั้นได้ดีที่สุดด้วย แม้กระนั้นจุดบกพร่องของมันก็มีอยู่หมายถึงระบายอากาศได้ไม่ดีนัก แล้วก็จับของออกมาใช้งานได้ไม่ค่อยสะดวกเท่าชั้นดีไซน์อื่นๆเหมาะกับใช้เก็บสิ่งของที่มีน้ำหนักเบา สิ่งของที่ต้องการการบำรุง รวมถึงสิ่งของที่ไม่ค่อยได้นำออกมาใช้งานได้แก่ แก้วเจียระไน เครื่องปั้นดินเผาต่างๆหนังสือ เอกสารต่างๆเป็นต้น เว้นแต่ประเภทของชั้นวางของตามลักษณะอย่างที่ได้พูดผ่านไปแล้ว เรายังสามารถแบ่งชนิดของชั้นสำหรับเพื่อวางของตามการติดตั้งได้อีกด้วย โดยสามารถแยกออกได้เป็น 2 แบบอย่างหมายถึงชั้นสำหรับเพื่อวางของแบบตั้งพื้น และก็ชั้นวางของแบบห้อย ซึ่งชั้นสำหรับวางของแบบตั้งพื้น จะเหมาะสมกับการใช้เก็บข้าวของขนาดใหญ่ น้ำหนักมากมาย ในเวลาที่ชั้นสำหรับเพื่อวางของแบบแขวนจะเหมาะสมกับการใช้เก็ยบสิ่งของชิ้นเล็กๆที่มีน้ำหนักไม่มากมาย จะเป็นถ้วยชามทั้งหลายหรือข้าวของที่ใช้ในชีวิตประจำวันก็ได้ ไม่ควรใช้ชั้นสำหรับวางของแบบห้อยเป็นที่เก็บของที่มีน้ำหนักมาก เพราะอาจจะทำให้ชั้นวางรับน้ำหนักไม่ไหว ร่วงลงมาจากจุดติดตั้ง จนทำให้สิ่งของด้านในเป็นโทษได้ สำหรับเรื่องของอุปกรณ์ ส่วนนี้จัดว่าไม่ซับซ้อนสักเท่าไรนัก เพราะเหตุว่าพวกเราสามารถคะเนด้วยตาเปล่าได้ว่าชั้นที่ทำจากวัสดุที่เห็น เหมาะสมแก่การใช้แรงงานในจุดที่อยากหรือเปล่า หลักๆก็มีเพียงแค่ไม่ควรนำชั้นไม้อัดไปใช้ในที่ที่มีความชุ่มชื้นสูง และไม่ควรที่จะนำชั้นพลาสติกไปใช้ในที่ๆอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ฯลฯ

การเลือกชั้นวางของให้เหมาะกับสิ่งของที่จะวางนั้น ดูผิวเผินอาจเหมือนกับมันไม่ใช่ประเด็นหลักอะไรนัก แม้กระนั้นหากเรารู้จักวิธีเลือกอย่างเหมาะสมรวมทั้งถูกต้อง ก็จะทำให้การจัดสิ่งของด้านในภายเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็นมากยิ่งกว่าเดิม รวมทั้งอันตรายที่จะเกิดกับของในชั้นก็น้อยลง ส่วนเรื่องออกแบบแล้วก็ราคา ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อดังที่ใจของตัวเองอยากได้ได้เลย

ขอบคุณสำหรับที่มา บทความชั้นวางของ: Index