ผู้เขียน หัวข้อ: J flag  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ธันวาคม 07, 2018, 02:20:57 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 730
    • ดูรายละเอียด


j-flag
ป้ายธงญี่ปุ่น หรือ j-flag
   สำหรับป้ายที่กำลังเดินทางมาแรงมาในปัจจุบันอาจจะไม่พ้นป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagที่ทุกท่านจะสามารถพบเห็นได้ตามงานมหกรรมแสดงนิทรรศการ
อีเวนท์ หรือแม้แต่ตามข้างทาง ป้ายชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวดิ่งโดยจะถูกนำติดอยู่บนฐานตั้ง โดยป้าย
ชนิดนี้มีแนวคิดปรับใช้มาจากญี่ปุ่นโดยจากมายุคซามูไร ซึ่งเชื่อว่าคนไม่ใช่น้อยอาจจะเคยได้เห็นตามภาพยนตร์ย้อนยุคที่
ซามูไรประเทศญี่ปุ่นในสงครามจะยกป้ายที่มีเครื่องหมายกรุ๊ปไว้วางเรียงในกองทัพหรือติดไว้ตามแนวกำแพงเมืองเรียงกันเป็นแนวสะท้อนให้
เห็นถึงความใหญ่โตและสง่างามโดยป้ายจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวดิ่งยึดติดกันเสาซึ่งนับว่าแตกต่างจากธงลักษณะเดิม
ที่มาจากตะวันตกที่เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื่องจากความภูมิฐานจากที่กล่าวมาก็เลยเริ่มมีการปรับใช้นำป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagลักษณะเดียว
กันนี้มาใช้ในการโฆษณาและโปรโมทร้านค้ากันถัดมาในตอนหลัง
   สำหรับ[b]ป้ายธงญี่ปุ่น[/b]หรือ j-flagนั้นควรมีองค์ประกอบรวม 2 ส่วนหลักด้วยกันซึ่งต้องครบองค์ประกอบโน่นคือ 1.ป้าย
ที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแนวดิ่งโดยวัสดุนั้นจะเป็นชนิดในก็ได้ ซึ่งโดยปัจจุบันนิยมใช้พลาสติกไวนิลเพราะราคาแพงถูกและ
ทนต่อสภาพแวดล้อม แสงแดดเจริญ เพื่อความสบายในการใช้งานกลางแจ้ง 2.ขาตั้ง ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่จะฐานให้สามารถห้อย
ป้ายญี่ปุ่นหรือ j-flagได้ ซึ่งลักษณะองค์ประกอบของขาตั้งก็จะมีความแตกต่างกันออกไปขึ้นกับการออกแบบของคนจัดทำ แม้กระนั้นอย่างไรก็ตาม
ถ้าเอ่ยถึงป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagจำเป็นต้องนึกถึงป้ายทรงสี่เหลี่ยมแนวดิ่งที่มีขาตั้งรวมอยู่ด้วยเสมอ ซึ่งบรรดาผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายป้าย
ชนิดนี้ก็ชอบขายพร้อมกันเป็นชุด
   ส่วนของตัวป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นขนาดที่นิยมใช้งานจะมีขนาดด้านกว้าง (ความยาวแนวขนาน) ที่ราวๆ 50 cm.
ไม่เกินนี้เพื่อพอดีกับความยาวของแขนของขาตั้งที่ชอบถูกดีไซน์ให้เหมาะสมกับป้าย แม้กระนั้นส่วนความสูง (ความยาวแนวดิ่ง)
จะมีนานาประการขนาดขึ้นกับการออกแบบซึ่งจะมีตั้งแม้กระนั้น 150 – 180 cm. อย่างยิ่งจริงๆ สำหรับวัสดุที่ใช้นั้นชอบเป็น
ไวนิลทึบแสงโดยความละเอียดในการพิมพ์ชอบมีความละเอียดสูงตั้งแต่ 1200 dpi ขึ้นไปเพราะตั้งอยู่พอดีกับสายตาลายเส้น
ก็เลยจำเป็นต้องชัดแจ๋วระดับหนึ่ง ยิ่งกว่านั้นป้ายธงญี่ปุ่นชอบพิมพ์ลายทั้งสองด้านเพราะตัวป้ายนั้นถูกห้อยอยู่ลอยๆไม่ต้องนำไปยึดกับ
ฉากหรือกำแพงทำให้สามารถหันตำแหน่งมุมมองของป้ายให้สามารถมองเห็นจากทั้งสองฝั่งได้
   ถัดมาส่วนของขาตั้งป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagที่สามารถแบ่งส่วนประกอบออกมาได้เป็น 3 ส่วน 1.ส่วนฐาน ซึ่งเป็นส่วนรับ
น้ำหนักและสมดุลของขาตั้ง โดยจะต้องมีความกว้างของฐานที่สมควรเพื่อป้ายไม่ล้มหรือเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง วัสดุที่ใช้
นิยมใช้เป็นเหล็กหรือโลหะที่มีความแข็งแรง อาจจะมีรูปร่างแต่งไม่เหมือนกันออกไป ดังเช่น รูปวงกลม ทรงสี่เหลี่ยม ทรงสามเหลี่ยม ฯลฯ
นอกเหนือจากนั้นเพื่อความแข็งแรงและคงทนอาจจะมีการหล่อปูนลงบนฐานทำให้สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่มีลมแรงเจริญ
แม้กระนั้นสำหรับป้ายที่ใช้ในที่ร่มบางทีอาจจะใช้โลหะชนิดอลูมินัมแทนเพราะมีน้ำหนักเบาและเปลี่ยนที่ได้ง่าย 2.ส่วนของเสา ซึ่งจะมี
ความสูงที่จำเป็นต้องไม่น้อยกว่าความสูงของป้ายเป็นสำคัญ ส่วนใหญ่จะนิยมที่ความสูง 2 เมตรเพื่อไม่สูงมากจนเกินความจำเป็นอยู่ในระดับสายตา
ที่มองเห็นได้และสะดวกต่อการต่อว่าดตั้งป้าย 3.ส่วนแขนของขาตั้ง ส่วนนี้จะยึดติดอยู่กับเสาโดยจะมีแขนอยู่ 2 ข้างยื่นออกมาเพื่อ
ยึดติดกับป้ายได้ทั้งข้างบนและข้างล่างได้เพื่อสามารถยึดป้ายได้แน่นหนาไม่ขยับหรือลอยละลิ่วได้ง่าย สำหรับความยาวของตอนแขน
โดยหลักจำเป็นต้องพอดีกับความกว้างของป้าย เนื่องจากถ้าแขนสั้นจนกระทั่งเกินไปก็อาจจะก่อให้ป้ายไม่ตึงและพับได้ แม้กระนั้นถ้ามีความยาว
มากจนเกินความจำเป็นก็จะแขนยื่นโผล่ออกจากป้ายทำให้ดูขวางและไม่สวยงาม นอกเหนือจากนั้นแขนของขาตั้งส่วนล่างน่าจะถูกดีไซน์ให้
สามารถสไลด์ปรับระดับได้เพื่อพอดีกับความสูงของป้ายในเรื่องที่ความสูงของป้ายน้อยเกินไปดีหรือใช้ซ้ำได้ในกรณีมีการเปลี่ยนป้าย
   ในด้านการใช้แรงงานป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นสามารถใช้งานได้ทั้งนอกและข้างในตึก ซึ่งจำเป็นต้องใคร่ครวญด้านการเลือกใช้วัสดุ
ก่อนการดีไซน์ ดังเช่น ถ้าใช้นอกตึกจำเป็นต้องใช้ป้ายที่มีทนต่อสภาพอากาศและแสงแดด ตัวขาตั้งจำเป็นต้องแข็งแรงมั่นคงสามารถ
ขัดขวางแรงลม พายุฝน และก็จำเป็นต้องทนต่อการกัดกร่อนจากสนิม ฯลฯ ทั้งหมดเพื่อสามารถใช้นานได้นานและคุ้ม
ลักษณะของการใช้ป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagนั้นส่วนใหญ่มักใช้ในการอีเวนท์และนิทรรศการต่างๆเนื่องจากขนถ่ายได้ง่าย อดออมพื้นที่ และ
ไม่ต้องหาตำแหน่งปิดป้ายเพราะสามารถนำไปวางได้ในทันที ไม่เพียงเท่านั้นยังนิยมนำไปวางเรียงกันเพื่อเพิ่มความงามและดึง
ดูดความพึงพอใจของลูกค้าเจริญ ซึ่งชอบพบเห็นได้ตามงานจัดบูท หน้าโครงงานต่างๆซึ่งจะทำให้โครงงานนั้นดูสง่างาม น่าเชื่อถือ
ได้เป็นอย่างดี ซึ่งพบเห็นได้ตามโครงงานหมู่บ้านจัดสรร บูทพิเศษของธนาคารต่างๆฯลฯ สำหรับผู้ประกอบจำพวกร้านค้าก็นิยม
ใช้ป้ายชนิดนี้ตีหน้าร้านเพื่อนำเสนอโปรโมชั่น โฆษณาผลิตภัณฑ์ ที่ไม่ต้องการที่จะอยากติดเป็นการถาวร สามารถเปลี่ยนหรือเก็บ
เข้าร้านได้สะดวกและนำออกมาได้ง่ายอีกด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวป้ายธงญี่ปุ่นหรือ j-flagก็เลยนับเป็นทางเลือกใหม่ของสื่อโฆษณาที่ไม่สมควรมองข้าม

เครดิตบทความจาก : http://www.pimde.com/

Tags : ป้ายธงญี่ปุ่น ,j-flag